"ปนัดดา" จ่อชงปลัดสำนักนายกฯ คนใหม่ เข้าครม.22ก.ย.นี้ หวังรธน.ใหม่ ไม่เป็นต้นเหตุความแตกแยก
เมื่อวันที่ 17ก.ย.58 เวลา 10.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นากยรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.ต้องการให้ย่นระยะเวลาการทำงานของรัฐบาลลงจากกรอบเวลาที่วางไว้ 20 เดือน ว่า ขณะนี้หลายคนพูดถึงเรื่องประชาธิปไตย เรื่องรัฐธรรมนูญ แต่นายกฯย้ำทุกครั้งว่าขอให้ข้าราชการและผู้บริหาร ตระหนักถึงข้อเท็จจริงว่าความปรารถนา ความต้องการของประชาชนเป็นอย่างไร โดยข้าราชการต้องช่วยกันคิดจะสามารถย่นโรดแม็พได้อย่างไร ต้องให้เกิดประสิทธิภาพเป็นผลลัพธ์ที่สร้างสรรค์และที่สำคัญต้องไม่ทำให้เกิดความแตกแยกขึ้นอีก เชื่อว่าไม่มีคนไทยอยากให้เกิดเหมือนช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตนอยากเห็นประชาธิปไตยที่สร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างให้สังคมให้ร่มเย็นเป็นสุขให้ประชาชนกลับมารักกันอีกครั้ง ขณะที่ข้าราชการต้องไม่ทำเรื่องเสื่อมเสียแก่ระบบ มีธรรมาภิบาลสามารถตรวจสอบได้ ประชาธิปไตยจะดำรงอยู่ได้ต่อเมื่อสังคมมีความโปร่งใส
เมื่อถามว่า คาดหวังกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไรบ้าง ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า อยากเห็นสมาชิกที่จะเข้ามาขับเคลื่อนถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของประชาชนทุกฝ่าย ไม่จำกัดฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเพราะเราเป็นเจ้าของประเทศด้วยกันทุกคน ไม่ควรแบ่งแยกและให้เรื่องนี้เป็นชนวนของความแตกแยก
“ผมได้ลงไปที่จ.นราธิวาส ข้าราชการพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากเห็นบ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข ดังนั้นหากความมั่นคงเกิดขึ้น ความรักสมัครสมานเกิดขึ้นสิ่งอื่นจะตามมา ไม่ว่าจะเป็นความปกติสุข เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ทุกอย่างจะไปด้วยกัน” ม.ล.ปนัดดา กล่าว
ขณะเดียวกัน ม.ล.ปนัดดา กล่าวถึงการเสนอชื่อปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ให้ครม.เห็นชอบ ว่า คาดว่าจะเสนอชื่อเข้าพิจารณาต่อในคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่22 ก.ย.นี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา 2-3 รายชื่อ ซึ่งเป็นบุคคลากรของปลัดสำนักนายกฯ และยังเป็นข้าราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่บุคคลจากนอกสังกัด
เมื่อถามว่า ตำแหน่งดังกล่าวเป็นศูนย์รวมของผู้ที่อกหักจากตำแหน่งอื่น ที่มีกระแสข่าวว่ามีชื่อของรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) และเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ไม่ทราบนิยามของคำว่าอกหัก และบุคคลที่ถูกเอ่ยชื่อถึงนั้นอกหักจริงหรือไม่ แต่อยากให้ช่วยกันคิดว่าการเป็นข้าราชการไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนอย่างไรยังเป็นข้าราชการอยู่อย่างนั้น





