วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ชูศักดิ์'ติงข้อเสนอนำรธน.3ฉบับ เป็นต้นแบบร่างรธน.ใหม่

"ชูศักดิ์"ติงข้อเสนอนำรธน. 3 ฉบับเป็นต้นแบบร่างรธน.ใหม่ ต้องตอบให้ชัดจะหยิบส่วนไหนมาใช้

นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ได้มีข้อเสนอจากบางฝ่ายว่า ในการร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ให้นำเอารัฐธรรมนูญปี 2540 ปี 2550 และร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้จัดทำไว้ แต่ตกไปในชั้นสปช.มาเป็นต้นแบบนั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ปัญหาคือจะปรับให้เข้ากันอย่างไร และจะเลือกเอาส่วนใดของรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับมาใช้ อันนี้ขึ้นอยู่กับการกำหนดโครงสร้างรัฐธรรมนูญของผู้ร่างว่าต้องการให้ทิศทางของประเทศเดินไปอย่างไร

เพราะรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับต่างมีข้อดีข้อเสีย ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 นั้นได้ใช้บังคับมาแล้ว ย่อมเห็นถึงข้อดี ข้อเสีย แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ตกไปนั้นยังไม่ได้ใช้บังคับแต่เกิดปัญหาการไม่ยอมรับขึ้นเสียก่อน ดังนั้น ถ้าจะนำรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับมาพิจารณาเพื่อยกร่างฉบับใหม่ตนเห็นว่า ผู้ร่างต้องยอมรับถึงข้อดีของรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 เสียก่อน เพื่อนำเอาส่วนนั้นมากำหนดเป็นโครงสร้างของรัฐธรรมนูญ

แต่ส่วนใดที่ขาดหายไปหรือยังเป็นจุดอ่อนก็นำเอาเนื้อหาของร่างฉบับที่ตกไปเสริมเข้าไป แต่จะต้องเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ยอมรับได้ เช่น ระบบเลือกตั้งส.ส. ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 ใช้ระบบเดียวกัน แต่ต่างกันที่จำนวนส.ส. ระบบนี้ใช้ในการเลือกตั้งมาหลายครั้ง เป็นระบบที่สร้างความเข้มแข็งให้กับรัฐบาลที่บริหารประเทศ ซึ่งถือเป็นเรื่องดี ประชาชนคุ้นเคย การจะมาเปลี่ยนระบบใหม่ที่ทำให้รัฐบาลอ่อนแอจึงไม่ถูกต้อง

นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า เรื่องการตรวจสอบอำนาจรัฐนั้น รัฐธรรมนูญปี 2550 ได้แก้ไขจุดอ่อนของปี 2540 มาแล้ว ถือว่าใช้ได้ แต่จะเอาระบบตรวจสอบตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ตกไปชนิดที่รัฐบาลทำอะไรไม่ได้ เป็นรัฐบาลเป็ดง่อยนั้น ตนมองว่าไม่ควร การเปิดโอกาสให้บุคคลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นความคิดที่สวนทางกับการตกผลึกของประชาชนมาแล้ว

ข้อสำคัญคือ ต้องจัดวางโครงสร้างให้การใช้อำนาจทั้ง 3 ส่วน นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ มีความเชื่อมโยงกับอำนาจของประชาชน และมีการถ่วงดุลอำนาจในระดับที่เหมาะสม ต้องยอมรับหลักการว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ไม่ควรวางกฎเกณฑ์เพื่อกีดกันบุคคลไม่ให้เข้าสู่การเมืองจนเข้มงวดเกินไป องค์กรใดที่ตั้งขึ้นแล้วจะทำให้เกิดปัญหาต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และทำให้เกิดความขัดแย้งก็ไม่ควรจะมี ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่ที่ว่าผู้ยกร่างต้องเปิดใจกว้าง ยอมรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ด้วย ไม่ปิดกั้นเหมือนการร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา นอกจากนี้ การร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่ควรใช้เวลานาน ไม่ควรเกิน 3 เดือน เพราะมีต้นแบบอยู่แล้ว