ครมแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง แจง"อภิรดี ตันตราภรณ์" รักษาราชการแทนรมว.เกษตร
ทำเนียบรัฐบาล-พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. มีมติอนุมัติให้ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ หรือไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ครม. แต่งตั้งปธ.บอร์ดตลาดหลักทรัพย์
ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้ง นายวรวิทย์ จำปีรัตน์ ให้ดำรงตำแหน่ งประธานกรรมการในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ประธานกรรมการ ก.ล.ต.)
แต่งตั้งขรก.ระดับสูง ก.พัฒนาสังคมฯ
ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 4 ราย ดังนี้ 1. นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน 2. นายสมชาย เจริญอำนวยสุข อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ 3. นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และ 4. นายวิทัศน์ เตชะบุญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
แต่งตั้งขรก.ระดับสูงกระทรวงคมนาคม
ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง เพื่อทดแทนผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ และย้ายต่อเนื่อง จำนวน 10 ราย ดังนี้ 1. นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมทางหลวงชนบท โอนไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 2. นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร โอนไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 3. นายพงษ์ศักดิ์ สมใจ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ย้ายไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 4. นายวรเดช หาญประเสริฐ รองปลัดกระทรวง ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 5. นายชูศักดิ์ เกวี อธิบดีกรมทางหลวง โอนไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง
6. นายสิรภพ จึงสมาน ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางบก ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 7. นายสมศักดิ์ ห่มม่วง ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางน้ำ ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 8. นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน ผู้ตรวจราชการกระทรวง โอนไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงชนบท 9. นายสนิท พรหมวงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง โอนไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก 10. นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมเจ้าท่า โอนไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการบินพลเรือน
แต่งตั้ง"พันเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว"เป็นเลขานุการ รมว.สธ.
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้ง พันเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
กำหนดคุณสมบัติ"ผู้พิพากษาสมทบ"ศาลเยาวชนและครอบครัว-ยืดเวลาทำงาน
ครม. มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (วาระการดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบ) ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่ สคก. เสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ต่อไป
โดยมีสาระสำคัญคือกำหนดคุณสมบัติ ของบุคคลผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือก เพื่อแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษา สมทบ โดยกำหนดอายุขั้นสูงไว้ตามประเด็นที่นายวิษณุ มอบหมาย เพื่อประโยชน์ต่อทางราชการและความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินในการรับสมัครบุคคลเป็นผู้พิพากษาสมทบ
จึงได้แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 25 (1) เป็น “มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์และไม่เกินเจ็ดสิบห้าปีบริบูรณ์ในวันยื่นใบสมัคร” เพื่อให้ระบบคัดเลือกและควบคุมผู้พิพากษาสมทบมีความสมบูรณ์พร้อมในทุกขั้นตอน รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมวาระการดำรงตำแหน่งของผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งเดิมคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ได้ตัดความเดิมว่า “ผู้พิพากษาสมทบที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระให้คงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าผู้พิพากษาสมทบคนใหม่จะเข้ารับหน้าที่” ออก ซึ่งต่อมา ศย. ขอให้คงความในวรรคแรกของมาตรา 25/1 โดยชี้แจงภายหลังว่าอาจมีกรณีผู้พิพากษาสมทบครบสาระพร้อมกันทั้งศาล จึงมีความจำเป็นต้องกำหนดให้ผู้พิพากษาสมทบที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระคงต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าผู้พิพากษาสมทบคนใหม่จะเข้ารับหน้าที่ เพื่อมิให้เกิดช่องว่างในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
เปลี่ยนชื่อกรมรักษาดินแดน เป็นหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2503 ตามที่กระทรวงกลาโหม (กห.) เสนอ และให้ส่ง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไปได้ โดยแก้ไขชื่อส่วนราชการและกฎกระทรวง ฉบับที่ 12(พ.ศ. 2532) ออกตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2503 จาก “กรมการรักษาดินแดน” เป็น “หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน” ทุกแห่ง





