วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หน.คสช.วอนสื่อช่วยอธิบายสังคม ยันใช้ม.44ไม่เกลียดใคร

"ประยุทธ์"ขอสื่อช่วยอธิบายสังคม หลังถูกวิจารณ์เรียกนักการเมือง-นักข่าวมาปรับทัศนคติ ยันใช้ ม.44 ตามบทบัญญัติของกฎหมาย ไม่เคยเกลียดใครเป็นการ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงภายหลังการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรีและ คสช.ถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์การเรียกตัวนักการเมือง รวมทั้งคนที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและ คสช.มาปรับทัศนคติว่า เรื่องนี้ใครจะต่อต้านตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะใช้ความรุนแรงไม่ได้ แม้แต่จะเรียกเขามายังเป็นปัญหาเลย ยิ่งสื่อไปขยายความ ต่างประเทศก็เล่นงานตนมากขึ้น จึงอยากถามว่าประชาชนต้องการอะไร หรือต้องการให้เป็นแบบนี้ไม่ต้องทำอะไร ใครจะขัดขวางก็ปล่อยไป แล้วมันจะทำงานสำเร็จได้อย่างไร

จึงอยากให้สื่อช่วยอธิบายว่าสิ่งที่ผมทำในเรื่องการใช้มาตรา 44 นั้นไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ผมไม่ชอบไอ้คนนี้แล้วไปเรียกคนนี้มา ยืนยันว่าไม่ใช่ แต่กฎหมายตาม มาตรา 44 เขียนไว้ชัดว่า กฎหมายและคนทุกคนต้องปฏิบัติตาม ซึ่งจะต้องยึดถือตามนี้ เพราะผมไม่ได้เขียนว่าให้ลงโทษใคร แต่กฎหมายบัญญัติไว้ว่ามาตรา 44 มีไว้เพื่อทำให้เกิดความมั่นคงในทุกๆ ด้าน เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่ขัดคำสั่งก็ถือว่าผิดกฎหมาย ถ้าไม่ทำผิดผมก็ไปจับไม่ได้ ทำไมไม่มองตรงนี้ สื่อยิ่งขยายความเดี๋ยวคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนก็มาเล่นงานต่อ แล้วมันจะแก้ปัญหาอะไรได้

"อย่างกรณีของนายสุนัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรต์วอทช์ ประจำประเทศไทย ก็ไปกันใหญ่แล้ว มีการเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีต่างๆ ผมเสียดายไม่รู้เขาเกิดมาเป็นคนไทยหรือเปล่า ผมไม่ได้ว่าอะไรที่ท่านทำหน้าที่ เพื่อโลก แต่อยากถามว่าท่านทำเพื่อโลกจริงหรือเปล่า เพราะดูเจตนาง่ายๆ ก็รู้ว่าเจตนาผิดหรือไม่ผิด แต่สื่อก็ยังเข้าข้างกันตลอด เพราะเขาใช้กลไกปกป้องตัวเองจะองค์กรต่างๆ แล้วมันจะไปได้อย่างไร แม้กระทั่งสื่อบ้างคนที่ต้องเรียกมาคุย ความจริงผมไม่อยากรบกับสื่อ แต่ถามว่าคนๆนี้ พูดจาแบบนี้มาตลอดหรือไม่ ซึ่งทุกคนก็รู้ดี ดังนั้นทุกคนต้องยอมรับในกติกาว่าเราสร้างกติกาไว้เพื่อสร้างความสงบสุขให้กับสังคม การรักษาช่วงเวลาในการร่างรัฐธรรมนูญที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง" นายกฯ กล่าว 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันสถานการณ์ขณะนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ ไม่ใช่อยู่ดีๆ เราจะเข้ามาเปลี่ยนรัฐบาล แต่เป็นเพราะเราอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง ลืมกันไปหรือยังก็ต้องมีกลไกเพื่อรักษาสถานการณ์ให้มันสงบ ถ้าผมไม่มีอะไรเลยก็แก้ไขอะไรไม่ได้ แล้วปัญหามันก็จะเป็นแบบเดิมด้วยคำว่าประชาธิปไตยที่ไร้ขีดจำกัด ใครทำอะไรก็ได้ ผิดกฎหมายยังไงก็ได้ และปัญหาต่างๆ ก็ไม่ได้เกิดในสมัยตนแต่ต้องมาแก้ทุกเรื่อง แต่ถ้าต้องการส่งเสริมอีกฝ่ายให้มาต่อต้านตนก็ยินยอมตอบรับในทุกเรื่องที่ผ่านมาก็แล้วกัน แต่ตนไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก วันนี้ตนยอมรับว่าผมไม่สบายใจ บางคนอยากให้ตนทำงานต่อ ซึ่งตนก็ดูแล้วประเทศไทยก็ยังไม่สงบ

วันนี้เราต้องส่งเสริมระดับความปรองดองเบื้องต้นให้ได้เสียก่อน ถ้าทุกคนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองและนักการเมืองฝ่ายใดมารวมกันเพื่อกำหนดกติกา ทุกอย่างก็จะเดินหน้าไปได้ แต่ถ้ายังไปสนับสนุนคนที่ไม่ดี ทำความผิดด้วยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง สถานการณ์ก็จะถูกดึงออกไปอีก จากคนไม่กี่คนที่ต้องเรียกมาคุยในเมื่อคนเหล่านี้ทำความผิดจะไปให้เครดิตทำไม ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ผมไม่ชอบหน้าเขาแล้วไปเรียกเจามา เพียงแต่ใครผิดก็ต้องเรียกมาทั้งหมด