"พล.อ.ธีรชัย"ร่วมถก 26 ผบ.ทบ.ภาคพื้นแปซิฟิก เสริมสร้างความมั่นคง-เผชิญภัยคุกคามรูปแบบใหม่ พร้อมหารือทวิภาคี
ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะตัวแทน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก ร่วมประชุมผู้บัญชาการทหารบก ภาคพื้นแปซิฟิก หรือ PACC ครั้งที่ 9 และการประชุมสัมมนาการบริหารงานของกองทัพบกภาคพื้นแปซิฟิก หรือ PAMs ครั้งที่ 39 พร้อมทั้งการประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์นายทหารชั้นประทวนอาวุโสปีแรก ซึ่งกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นแปซิฟิค และกองทัพบกอินโดนีเซีย ร่วมเป็นเจ้าภาพ ที่โรงแรมแกรณไฮแอท บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีผู้บัญชาการทหารบก ประเทศภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก หรือผู้แทนเข้าร่วม รวม 26 ประเทศ โดยการประชุมครั้งนี้มีหัวข้อหลัก คือการมีส่วนร่วมของกองทัพบกต่อความร่วมมือพหุภาคีในภูมิภาคและหัวข้อย่อยจำนวน 2ข้อ ได้แก่ “การเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความร่วมมือในภูมิภาค, และการมีส่วนร่วมแบบพหุภาคีเพื่อเสริมสร้างและดำรงไว้ซึ่งสันติภาพ
โดย พล.อ.มาร์ค อเล็กซานเดอร์ มิลเลย์ ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงของทุกประเทศทั่วโลก นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะทุกประเทศต่างเผชิญภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่มีความซับซ้อน ทั้งจากโรคระบาด จากปัญยาเสพติด และยังเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งกระทบต่อประชาชนในประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วย ดังนั้นความร่วมมือของทุกประเทศในภูมิภาคนี้จึงมีความจำเป็นที่ต้องให้ความสำคัญโดยเฉพาะความร่วมมือด้านความมั่นคง เพื่อแก้ปัญหาความท้าทายที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคที่มีจำนวนประชากรมากกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนประชากรในโลก ทั้งนี้การเสริมสร้างความมั่นคงและสันติภาพอย่างสันติสุขจึงเป็นสิ่งที่กองทัพทุกประเทศต่างเห็นร่วมกันที่จะดำเนินการต่อยอดความร่วมมือ
โดยใช้กลไกการพูดคุย ประชุมร่วมกันในทุกระดับ เพื่อให้เกิดความสงบสุขของประชาชนในประเทศของตนและในภูมิภาคด้าน พล.อ. มูล์โยโน ผู้บัญชาการทหารบกอินโดนีเซีย กล่าวว่า ขอใช้เวทีนี้ในการเสนอความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงในรูปแบพหุพาคี เพื่อก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนและความความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ และสามารถนำมาปฏิบัติได้โดยเฉพาะการแก้ปัญหาภัยคุกคามที่ซับซ้อนทั้งจากปัญหาโรคระบาด ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภัยจากก่อการร้าย ภัยจากปัญหาด้านอาหารและพลังงานทั้งนี้ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม จะเกิดขึ้นได้นั้นต้องมีความมั่นคงที่เข้มแข็ง กองทัพทุกประเทศต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง พร้อมกันนี้ขอยกคำพูดของประธานาธิบดีอินโดนีเซียในการประชุมที่ประเทศแอฟริกาในช่วงที่ผ่านมา โดยย้ำว่าทุกประเทศต้องร่วมมือกันต่อสู้กับภัยคุกคามจากกลุ่มก่อการร้ายเช่นไอซิสและภัยจากยาเสพติด และอื่นๆโดยใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ปัญหาระหว่างกันและต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้เกิดสันติภาพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นเป็นการบรรยายพิเศษของ พล.อ.รามิชาด ราชูดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย โดยระบุว่า เวทีการประชุม PACC ในครั้งนี้เป็นโอกาสที่ผู้นำกองทัพบกจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะได้แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ในสังคมโลกปัจจุบันต่างประสบกับปัญหาต่างๆอาทิ การก่อการร้าย การค้ามนุษย์ ปัญหายาเสพติดข้ามชาติ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ โรคระบาดรุนแรง อย่างไวรัสอีโบล่า ล้วนเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่มีความซับซ้อน มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและถ่วงดุลความเจริญของภูมิภาค การมีความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ ต้องอาศัยความร่วมมือกันแก้ไขปัญหา
โดยนำประสบการณ์ที่แต่ละประเทศเผชิญอยู่ มาแลกเปลี่ยนกัน เพื่อให้แต่ละชาติเรียนรู้ในปัญหา เกิดความร่วมมือสนับสนุนซึ่งกันและกัน ด้านการทหารและความมั่นคงแบบพหุพาคี เพื่อสร้างความสงบสุข มั่นคง และสันติภาพให้บังเกิดขึ้นในภูมิภาค ทั้งนี้การแก้ปัญหาใดๆหากเกิดกรณีขัดแย้งจะแก้ไขด้วยการใช้การเจรจาเป็นหลัก ในท้ายสุดได้ยืนยันถึงความจริงใจและความพร้อมของกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียในการสนับสนุนมิตรประเทศเพื่อความมั่นคงในภูมิภาคนี้ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในช่วงบ่ายเป็นการประชุมพหุภาคี PACC ครั้งที่9 โดยผู้บัญชาการทหารบก จาก 26 ชาติ ได้รับฟังการบรรยายพิเศษจากผู้ทรงคุณวุติที่มีประสบการณ์สูงในแวดวงการเสริมสร้างสันติภาพในหัวข้อการมีส่วนร่วมแบบพหุภาคีเพื่อเสริมสร้างและดำรงไว้ซึ่งสันติภาพ โดยระหว่างการประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นที่สนใจร่วมกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจากการประชุมครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อกองทัพบกในการเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจร่วมกับกองทัพนานาประเทศ รวมทั้งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในด้านการพัฒนากองทัพบกให้เป็นกองทัพที่มีความทันสมัยและเป็นมืออาชีพผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ.ธีรชัย พร้อมคณะได้พบปะหารือทวิภาคีกับพล.ต.ฟิลิป ลีโอนารด์ ผู้บัญชาการกองกำลังทหารฝรั่งเศสในนิวแคลิโดเนีย
โดย พล.อ.ธีรชัย ได้กล่าวแสดงความยินดีที่พล.ต.ฟิลิปได้รับตำแหน่งใหม่เมื่อวันที่1สิงหาคมที่ผ่านมา และใช้โอกาสนี้ชี้แจงสถานการณ์การเมืองของไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตาม Roadmap 3ขั้นตอน โดยมุ่งหวังให้เกิดประชาธิปไตยที่สมบูรณ์และยั่งยืน เป็นประชาธิปไตยที่เหมาะกับประชาชนคนไทย โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อม ทั้งยังได้ชี้แจงการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลกองทัพบกในเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานร่วมกับทุกภาคส่วนในทุกมิติ จนการสืบสวนมีความคืบหน้า สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้หลายราย และสังคมกลับมามีความสงบเรียบร้อยอีกครั้ง
พล.อ.ธีรชัย ยังได้กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพูดคุยเพื่อสันติสุขกับกลุ่มเห็นต่างจากรัฐในจชต. ซึ่งมีความก้าวหน้าและเป็นไปในทิศทางบวก ในปัจจุบันการส่งข้อมูลที่บิดเบือนผ่านสื่อสังคมออนไลน์สร้างความเสียหายให้กับไทย ซึ่งในอนาคตกองทัพบกจะส่งข้อมูลที่แท้จริงจากรัฐบาล และ คสช. รวมทั้งจากกองทัพบกผ่าน ผู้ช่วยทูตทหารฝรั่งเศสประจำประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อรัฐบาลและกองทัพฝรั่งเศสได้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง
ขณะที่ พล.ต.ฟิลิป กล่าวว่า รัฐบาลและกองทัพฝรั่งเศสเข้าใจในสถานการณ์ของไทยเป็นอย่างดี ส่วนเหตุการณ์ที่แยกราชประสงค์นั้น ฝรั่งเศสเคยประสบเหตุในลักษณะนี้เเช่นกัน เมื่อเดือน ก.ค. 58 ที่ผ่านมา ซึ่ง กองทัพบกฝรั่งเศสได้เข้าปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยและช่วยเหลือประชาชนเช่นเดียวกับกองทัพบกไทย และขอแสดงความยินดีกับ พล.อ.ธีรชัย ที่ได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ในเดือน ตุลาคมนี้
ทั้งนี้กองทัพฝรั่งเศสได้ให้การสนับสนุนที่นั่งศึกษาแก่กำลังพลของกองทัพไทยและกองทัพบกในโรงเรียนเตรียมทหาร และโรงเรียนนายร้อยแซงซีร์รวม ทั้งในหลักสูตรเสนาธิการทหาร และในหลักสูตรครูสอนฝรั่งเศส ซึ่งหวังว่าจะมีความร่วมมือในลักษณะนี้ต่อไป สำหรับความร่วมมือด้านการฝึก กองทัพฝรั่งเศส ยังยืนยันจะส่งกำลังพลเข้าร่วมสังเกตการณ์การฝึกร่วม ผสมคอบบร้า โกลด์ ในปี 2559 และพร้อมจะพิจารณาการขอรับการสนับสนุนการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ และการซ่อมบำรุงหลายรายการของกองทัพไทยไปยังกองทัพบกฝรั่งเศล





