ใครจะมาเป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) บ้าง ยังคงเป็นสิ่งที่คอการเมืองจับจ้อง และจุดที่ถูกจับจ้องมากที่สุดคือ ใครจะมาเป็น"ประธาน กรธ."
รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อ ก.ค. 2558 กำหนดให้ คสช.แต่งตั้งประธาน กรธ. และกรรมการอีกไม่เกิน 20 คนมาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 180 วัน หรือประมาณ 6 เดือน
สำหรับคุณสมบัติและคุณสมบัติต้องห้ามในการเป็นกรธ.นั้น ให้ยึดตามคุณสมบัติในการตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 33 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว เช่น มีสัญชาติไทย มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี ไม่ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เว้นแต่เป็น คสช. สนช. หรือ สปช. ไม่เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกหรือดํารงตําแหน่งในพรรคการเมืองในระยะเวลา 3 ปีก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้ง ไม่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่อยู่ระหว่างต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หรือเคยถูกถอดถอนจากตําแหน่ง ไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก และ ห้ามดํารงตําแหน่งทางการเมืองภายใน 2 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตําแหน่ง กรธ.
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ร่างรัฐธรรมนูญตามกรอบที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 35 ที่มีอยู่ 10 ข้อ เช่นเดียว กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ
จะว่าไปแล้ว ในส่วนของเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของชุด “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ก็เป็นไปตามกรอบมาตรา 35 และชัดเจนว่าเป็นไปตามความต้องการของ “แป๊ะ” คือ คสช.ด้วย
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา "นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา" พูดถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็น กรธ.อยู่หลายรอบ ที่สำคัญที่สุดน่าจะเป็น “ต้องรู้สถานการณ์ ไม่โลกสวย ต้องเข้าใจเจตนาของผม รัฐบาล และ คสช.”
สำหรับผู้ที่มีชื่อว่าอาจจะมาเป็นประธาน กรธ.นั้น แม้ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีชื่อปรากฏออกมานับสิบชื่อ แต่ชื่อที่มีน้ำหนักมากที่สุดยังคงเป็นคนที่ คสช.จะสามารถวางใจได้มากที่สุด คือ วิษณุ เครืองาม และ มีชัย ฤชุพันธุ์ ที่เป็น “เซียนด้านกฎหมาย” ทั้งคู่
สำหรับ “วิษณุ” แม้มีตำแหน่งรองนายกฯซึ่งเป็นข้อห้ามในการเป็น กรธ. แต่ถ้าลาออกก็ไม่มีปัญหา ปัญหาอยู่ที่ “วิษณุ” จะยอมมาทำหน้าที่นี้หรือไม่ หากเขากลับมา ภาพ “เนติบริกร” ตามฉายาที่เคยถูกสื่อมวลชนตั้งให้อาจกลับมาอีกครั้ง
เช่นเดียวกับ “มีชัย” วัย 77 ปี ที่คงต้องคิดหนัก ว่าจะใช้ชีวิตบั้นปลายกลับมาเขียนรัฐธรรมนูญอีกครั้ง หรือจะเลือกใช้เวลาอยู่กับลูกหลาน แม้วันนี้เขาจะมีตำแหน่งเป็น สมาชิก คสช.ด้วยก็ตาม แต่ก็อยู่แบบโลว์โพรไฟล์ ไม่มีบทบาทออกหน้า
การหาคนมาทำหน้าที่"ประธานกรธ." จึงไม่ใช่งานง่าย
ถึงที่สุดอาจจะไม่ใช่ “มือกฎหมาย” แต่เป็น “มือประสาน” เพราะภารกิจของ “ประธาน กรธ.” คงไม่ใช่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่เป็นการประสานให้ภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองยอมรับในเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญให้ได้





