"พล.ต.ทประวุฒิ" เผยออกหมายจับ "อิซาน" ในคดีระเบิดเป็นผู้ต้องหารายที่ 12
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 ก.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร. กล่าวถึงคดีระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรว่า ขณะนี้ศาลจังหวัดมีนบุรี ได้อนุมัติออกหมายจับ นายอาบูดูซาตาร์ อบูดูเระห์มาน หรืออิซาน เชื้อชาติอุยกูร์ สัญชาติจีน อายุ 27 ปี ในข้อหาร่วมกันมีซึ่งยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นผู้ต้องหารายที่ 12 ทั้งนี้ จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางของนายอิซานพบว่ามีสัญชาติจีน แต่จะต้องตรวจสอบข้อมูลจากทางการจีนอีกครั้ง ส่วนการติดตามตัวนายอิซานนั้น เจ้าหน้าที่ได้ประสานกับทางตำรวจสากลและประเทศที่คาดว่านายอิซานจะหลบซ่อนตัวอยู่เพื่อขอความช่วยเหลือติดตามตัวต่อไป อีกทั้งขณะนี้ตำรวจได้ประสานข้อมูลกับตำรวจสากลกว่า 190 ประเทศทั่วโลกเพื่อติดตามตัวผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าวเช่นกัน
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ต้องรอการตรวจสอบข้อมูลเพื่อความแน่ชัดเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางหลังจากที่นายอิซานเดินทางออกไปจากประเทศบังคลาเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอข้อมูลยืนยันจากทางบังคลาเทศ โดยคาดว่าจะได้รับความชัดเจนในวันที่ 14 ก.ย.นี้ จากนั้นจะได้ดำเนินการประสานประเทศปลายทางให้ติดตามตัวต่อไป ซึ่งการออกหมายจับเกิดขึ้นหลังจากชุดสืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบนายอิซานไปเบิกเงินที่ธนาคารย่านรามคำแหงร่วมกับนายเมียไรลี ยูซุฟู ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ยังมีพยานยืนยันว่านายอิซาน เข้าพักที่ไมมูณาการ์เด้นโฮม ย่านมีนบุรีจริง ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ โดยหลังจากนี้หากมีหลักฐานเพิ่มเติมก็สามารถเพิ่มข้อหาได้อีก โดยการออกหมายจับนี้ออกในส่วนของสน.มีนบุรี ขณะที่ในส่วนของ สน.หนองจอก อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยขณะนี้ได้ตรวจสอบจากหนังสือเดินทางที่นายอิซานใช้เดินทางและยืนยันว่าเป็นคนสัญชาติจีน เพราะเป็นหนังสือเดินทางที่เจ้าตัวใช้ในการเดินทาง ซึ่งขณะนี้ยังยืนยันไม่ได้ว่านายอิซานเป็นผู้บงการใหญ่ในขบวนการตามที่มีการนำเสนอข่าวออกไปหรือไม่ เพราะยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน มีเพียงหลักฐานที่ยืนยันได้ว่านายอิซานอยู่ในกลุ่มเดียวกับผู้กระทำผิดขบวนการดังกล่าว และดูจากท่าทีที่นายยูซุฟู ปฏิบัติกับนายอิซานดูไม่เหมือนกับลูกน้องที่ปฏิบัติกับหัวหน้าแต่อย่างใด
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวถึงกระแสข่าวการจับกุมชายเสื้อเหลืองมือวางระเบิดที่ศาลพระพรหมได้ที่ประเทศมาเลเซียว่า สำหรับกระแสข่าวดังกล่าวขออย่าเพิ่งไปเชื่อ ทุกอย่างขอให้ตนเป็นผู้แถลงข้อมูล หรือให้ข่าวต่อสื่อมวลชนเอง เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน โดยยืนยันว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ไม่ได้เดินทางไปประเทศมาเลเซีย และไม่เกี่ยวข้องกับการไปรับตัวผู้ต้องหามือวางระเบิดแต่อย่างใด ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังติดตามความเคลื่อนไหว และการเดินทางออกนอกประเทศของผู้ต้องหาในขบวนการนี้ ทั้งภาคเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก โดยเฉพาะการตรวจสอบทั้งสนามบินเล็กสนามบินใหญ่ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหา และผู้ร่วมขบวนการนี้อย่างเต็มที่ ส่วนแผนผังที่ ปปง.เปิดเผยเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่พบว่า มีความเชื่อมโยงอย่างไรบ้างนั้น ก็มีความเชื่อมโยงกัน ทั้งนี้ ต้องนำมาตรวจสอบอีกครั้งว่าเชื่อมโยงอย่างไรบ้าง





