วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จเรตำรวจแบ่งงาน 10 ชุด ตรวจสอบ ตม.บกพร่อง-รับส่วย

ผบ.ตร.มีหนังสือลับด่วนให้ จเรตำรวจประชุมแบ่งงานตรวจสอบ ตม.บกพร่อง-รับสินบน จัดระดับผกก.คุม 10 ชุดทำงาน ย้ำไม่ได้เน้น ตม.ที่ไหนเป็นพิเศษ

สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ - พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ จเรตำรวจ (หัวหน้าจเรตำรวจ) สบ 8 พร้อมรองจเรตำรวจ 1-10 จนถึงผู้กำกับการจเรตำรวจ ร่วมประชุมเพื่อวางกรอบแนวทางในการตรวจสอบการทุจริตรับผลประโยชน์ภายในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) หลัง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. มีหนังสือลับด่วนที่สุดให้ตรวจสอบ 6 เรื่อง ได้แก่ 1.การรับจ้างทำเรื่องขออยู่ต่อในประเทศไทย พบตำรวจตม.บางกลุ่มทำธุรกิจขยายเวลาการอยู่ต่อของชาวต่างชาติ เช่น การเปลี่ยนประเภทวีซ่า 2.พฤติกรรมตำรวจ ตม.ที่ทำการเข้าออกให้กับชาวต่างชาติอย่างไม่ถูกต้อง เน้นที่ ตม.สระแก้ว และตม.กาญจนบุรี มีการขยายระยะเวลาอยู่มนประเทศไทยโดยไม่มีเหตุผล 3.การรับสินบนให้คนเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย 4.ประทับตราการเดินทางเท็จ 5.พฤติกรรมการขายบัตร ตม.6 หรือเอกสารการทำงานในประเทศไทย หลังชุดสืบสวนของผบ.ตร.พบการทุจริตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 6.การขอค่าวีซ่านอกเหนือจากค่าธรรมเนียม ที่พบได้ใน ตม.ดอนเมือง และ ตม.สุวรรณภูมิ 

พล.ต.ท.นเรศ เปิดเผยก่อนประชุมว่า วันนี้(11 ก.ย.)เป็นการร่วมประชุมหารือคณะทำงาน หลัง ผบ.ตร. มีคำสั่งลับด่วนที่สุดให้หัวหน้าจเรตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่า เจ้าหน้าที่ ตม. มีการรับผลประโยชน์ จึงต้องมีการระดมหน่วยจเรตำรวจมาพิจราณาตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน เพราะมีกรอบระยะเวลาการทำงานน้อย โดย ผบ.ตร.กำหนดให้รายงานผลตรวจสอบภายในวันที่ 23 ก.ย.นี้ ทั้งนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบกรณีดังกล่าว แต่ยังไม่ระบุว่าจะแบ่งออกเป็นกี่ชุด โดยในการประชุมครั้งนี้มีเพียงจเรตำรวจเท่านั้น แต่ครั้งต่อไปอาจจะมีการเชิญตำรวจ ตม. เข้าร่วมประชุมด้วย 

พล.ต.ท.นเรศ กล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมกันครั้งแรก จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่า เข้าข่ายความผิดใดหรือไม่ ซึ่งยังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้จะตั้งตัวแทนจเรตำรวจทำหน้าที่คล้ายโฆษก เพื่อให้ตอบคำถามกับสื่อมวลชน ให้เกิดความชัดเจน และข่าวมูลข่าวสารที่ตรงกัน ไม่ให้เกิดการบิดเบือนข้อมูล 

รายงานข่าวแจ้งว่าในที่ประชุมได้เสนอแบ่งคณะทำงานออกเป็นหลายชุด โดยแต่ละชุดมีผู้กำกับการเป็นหัวหน้าชุด ซึ่งเน้นการตรวจสอบตามเรื่องที่มีผู้ร้องเรียนเข้ามา พร้อมมีคำสั่งให้ตรวจสอบตำรวจระดับผู้ปฏิบัติการ จากนั้นให้ตรวจสอบไปถึงรูปแบบการดำเนินการ พร้อมตรวจสอบว่าเชื่อมไปยังผู้บังคับบัญชารับทราบด้วยหรือไม่ จากนั้นจึงนำมาพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดใดหรือไม่ โดยที่ประชุมเน้นการตรวจสอบไปที่ ตม.สุวรรณภูมิ และ ตม.ดอนเมือง โดยให้ชุดทำงานแต่ละชุดรายงานรูปแบบการทำงานในวันที่ 15 ก.ย.นี้ 

ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น. วันเดียวกัน ภายหลังมีการประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง พล.ต.ต.ชรัลวิทย์ วีรเดชกำแหง รองจเรตำรวจ เปิดเผยหลังจากประชุม ว่า ที่ประชุมสรุปจะมีคำสั่งให้แบ่งกำลังจเรตำรวจออกเป็น 10 ชุด ตามกองตรวจราชทั้งหมด 10 กอง และกระจายกำลังทั้ง 10 ชุด ลงพื้นที่ตรวจสอบไปยังทุกภาคทั่วประเทศ โดยแบ่งตามหน้าที่รับผิดชอบ เช่น กอง1 ดู ภูธรภาค1 , กอง2 ดูภูธรภาค2 เป็นต้น ดังนั้น ด่านทุกด่านที่อยู่ในพื้นที่ภาคที่เท่าใด จเรตำรวจกองนั้นก็ต้องรับผิดชอบด่านนั้นๆด้วย โดยยืนยันไม่ได้ตรวจสอบด่าน ตม.สระแก้ว ตม.ดอนเมือง และ ตม.สุวรรณภูมิหรือด่านใดเป็นหลัก ทั้งนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เนื่องจากขณะนี้อยู่รวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลมาตรวจสอบ ยังไม่พบว่ามีการกระทำความผิดทั้งด้านวินัย หรือด้านอาญา ก่อนจะรวบรวมส่งต่อให้คณะกรรมการกลางพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามหากพบการกระทำความผิดไม่ว่าจะด้านใด ก็จะดำเนินการตามขั้นตอน สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบนั้นพยายามจะให้แล้วเสร็จให้ทันวันที่ 23 ก.ย. ตามที่ ผบ.ตร. กำหนดไว้