"ไพบูลย์"เซ็นอนุมัติให้มณฑลทหารบกที่ 11 เป็นเรือนจำพิเศษ ใช้คุมขังผู้ต้องหาคดีระเบิดราชประสงค์ หลังหน่วยงานความมั่นคงร้องขอ
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่าได้รับรายงานจากนายวิทยา. สุริยวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ว่าฝ่ายความมั่นคงได้ประสานมายังกรมราชทัณฑ์ เพื่อขอให้ประกาศตั้งมณฑลทหารบกที่ 11 เป็นเรือนจำพิเศษ เพื่อคุมขังผู้ต้องหา 2 ราย ที่เกี่ยวข้องในคดีเหตุระเบิดที่ราชประสงค์ คือนายอาเดม คาราดัก หรือบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด และนายเมียไรลี ยูซูฟู ซึ่งทั้งคู่ถูกนำตัวไปฝากขังผัดแรกอยู่ที่เรือนจำพิเศษมีนบุรี โดยตนได้เซ็นอนุมัติเห็นชอบไปแล้วเพราะพิจารณาแล้วว่าเพื่อประโยชน์ต่อรูปคดีอีกทั้งตามกฎหมายตามพ.ร.บ.ราชทัณฑ์ สามารถกระทำได้ จึงดำเนินการให้ประกาศพื้นที่คุมขังผู้ต้องหาคดีดังกล่าวเป็นการเฉพาะ
ขณะที่การดูแลผู้ต้องขังกรมราชทัณฑ์จะส่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เข้าไปปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับเรือนจำปกติ ส่วนจะส่งตัวผู้ต้องหาไปทันทีหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของสถานที่หากพร้อมเมื่อใดให้ประสานมายังกรมราชทัณฑ์พร้อมส่งตัวไปได้ทันที
แหล่งข่าวจากกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสาเหตุที่ต้องขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมประกาศตั้ง มณฑลทหารบกที่ 11 เป็นเรือนจำพิเศษสำหรับคุมขังเฉพาะผู้ต้องหาคดีระเบิดราชประสงค์. ก็เพื่อความสะดวกในการเข้าสอบปากคำของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน รวมถึงการเบิกตัวออกไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ด้วย นอกจากนี้เรือนจำพิเศษมีนบุรีเป็นเพียงเรือนจำขนาดเล็ก ไม่มีห้องแยกขังเดี่ยวมจึงไม่เหมาะที่จะใช้คุมขังนักโทษในคดีอุกฉกรรจ์
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ในสมัยที่พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นรมว.ยุติธรรม ได้เคยประกาศให้โรงเรียนพลตำรวจบางเขน (เดิม) ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจสันติบาล เป็นเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ สำหรับคุมขังกลุ่มนักโทษนปช. และต่อมาพล.อ.ไพบูลย์ได้ประกาศยกเลิกเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ เนื่องจากคดีของกลุ่มนปช.จัดเป็นคดีอาญาทั่วไปที่สามารถคุมขังในเรือนจำปกติได้





