"สุรชัย"แทงกั๊กร่วมเป็นกรธ. หลังมีชื่อโผล่ แนะนำฉบับปี 50 และส่วนดีไม่ผ่านสปช.มายกร่างใหม่
ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวทาบทามให้ร่วมเป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆทั้งสิ้น สื่อเป็นคนแต่งตั้งให้ โดยที่ตนก็ไม่ทราบว่าสื่อนำชื่อตนมานำเสนอได้อย่างไร เพราะขณะนี้ตนมีตำแหน่งเป็นรองประธานสนช.และประธานคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญของ สนช.อยู่ด้วย ซึ่งตนคิดว่า คนอื่นน่าจะมีความรู้ความสามารถและมีความเหมาะสมที่จะเข้าไปทำหน้าที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญมากกกว่าตน สำหรับตนคงทำหน้าที่แค่นำความเห็นเกี่ยวกับผลการศึกษาของ สนช.ไปประสานกับผู้ที่เกี่ยวข้องจะความเหมาะสม ทั้งนี้ ตนคิดว่าคุณสมบัติของคนที่จะเข้ามาเป็นกรรมการร่างฯนั้น ถ้าได้คนที่มีประสบการณ์ต่อการร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ฉบับปี 2540 , 2550 และ ฉบับที่ไม่ผ่านสปช.ก็จะเป็นประโยชน์
เพราะการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญจะต้องใช้ทฤษฎีกฎหมาย หรือทฤษฎีทางการปกครอง เพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถได้รัฐธรรมนูญที่ดีและมีความเหมาะสมกับสังคมไทย เพราะแต่ละความคิดทางทฤษฎีก็มีหลากหลาย และแต่ละทฤษฎีก็มีความเหมาะในสภาพสังคมของแต่ละประเทศด้วย ดังนั้น คนที่จะเป็นกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญนอกจากจะมีประสบการณ์ในเรื่องกฎหมาย การเมืองการปกครอง ก็น่าจะต้องได้คนที่มีประสบการณ์ตรงในเรื่องของการจัดทำรัฐธรรมนูญในอดีตด้วย รวมทั้งต้องผ่านการศึกษาสภาพปัญหาทางการเมือง สภาพปัญหาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญในอดีตมาด้วย เพราะประสบการณ์เหล่านี้จะเป็นวัตถุดิบทางด้านความคิดที่จะออกแบบรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่เพื่อให้ประเทศไทยได้รัฐธรรมนูญฉบับดีที่สุด
เมื่อถามว่า การร่างรัฐธรรมนูญหยิบยกรัฐธรรมนูญฉบับใดมาเป็นแนวทางในการยกร่าง นายสุรชัย กล่าวว่า ถ้าจะให้เห็นภาพการพัฒนาหรือการต่อยอด ควรนำรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายที่บังคับใช้ คือ ฉบับปี 2550 มาต่อยอดความคิด ซึ่งรัฐธรรมนูญดังกล่าว ตนก็ร่วมเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.ด้วย ซึ่งตอนนั้นก็ได้นำรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 มาต่อยอดเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550
ดังนั้น การยกร่างฉบับใหม่จึงควรนำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 มาต่อยอดและพัฒนา สิ่งใดที่ดีก็ควรคงไว้ แต่ส่วนใดที่ร่างแล้วคิดว่าดี แต่เมื่อบังคับใช้แล้วไม่ดี หรือไม่สามารถนำไปสู่เป้าหมายและเจตนารมย์ก็ควรนำมาปรับปรุง พร้อมกับนำความคิดใหม่ๆในร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ผ่านสปช.มาปรับปรุงเข้ามาในร่างรัฐธรรมนูญที่จะยกร่างขึ้นใหม่ด้วย





