คสช.ขอความร่วมมือร้านจำหน่ายปุ๋ยและเคมีภัณฑ์ที่เป็นสารประกอบระเบิด ช่วยป้องกันเหตุอันไม่พึงประสงค์
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แถลงผ่านโทรทัศน์ร่วมการเฉพาะกิจถึงความคืบหน้าเหตุการณ์ระเบิดศาลท้าวมหาพรหมสี่แยกราชประสงค์และท่าน้ำสาธรว่า ความคืบหน้าการติดตามสืบสวนคดีดังกล่าวจากคำให้การของ นายยูซุฟู ที่นำไปสู่การชี้จุดเกิดเหตุ ประกอบคำรับสารภาพเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา จำนวน 3พื้นที่ และในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ อีก 2 พื้นที่ ขอเรียนว่าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการภายใต้ข้อมูลสำคัญ คือคำให้การของผู้ต้องหา พยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด
ผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงพยานบุคคล ที่สามารถยืนยันว่าผู้ต้องหา มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุที่แยกราชประสงค์ ส่วนคำให้การในประเด็นอื่น เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติม เพื่อนำมาประกอบคำให้การของผู้ต้องหา โดยข้อมูลในทุกประเด็นจะต้องสอดคล้องกัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการดำเนินการ
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า แม้ว่าเหตุการณ์ที่แยกราชประสงค์ จะส่งผลกระทบในช่วงเวลาหนึ่งต่อธุรกิจการท่องเที่ยว แต่จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทำให้ขณะนี้ธุรกิจการท่องเที่ยวฟื้นตัว โดยล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เริ่มแผนรณรงค์ และจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริม สร้างความเชื่อมั่น และกระตุ้นการท่องเที่ยวของไทยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ที่จะมาถึงในห้วงต่อไป ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยมากขึ้นอย่างแน่นอน
โฆษกคสช. กล่าวอีกว่า จากการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พบว่าผู้ต้องหาสามารถซื้อสารเคมีและอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบวัตถุระเบิด ได้จากร้านจำหน่ายปุ๋ยและเคมีภัณฑ์ทั่วไป ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยป้องกันมิให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถจัดหาอุปกรณ์ในการก่อเหตุได้ง่าย
จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านจำหน่ายปุ๋ยและเคมีภัณฑ์ ในการช่วยเหลือทางราชการด้วยการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันเหตุอันไม่พึงประสงค์ เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในร้าน การสังเกตและจดจำผู้ซื้อที่มีลักษณะท่าทีน่าสงสัย การจัดซื้อปุ๋ยเคมีที่อาจนำไปประกอบเป็นวัตถุระเบิดได้ อาทิ แอมโมเนียมไนเตรท โปรเตสเซียมคลอเรต เป็นต้น ทั้งนี้ หากพบลูกค้าที่น่าสงสัยขอให้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที





