ครม.ควักเงิน120 ล้านเยียวยาเหยือม็อบกปปส.ปี56-57 เจ็บน้อยจ่าย 2 หมื่นบาท ตายได้ 4 แสนบาท ครอบคลุม 862 ราย
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา เห็นชอบมาตรการในการเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ปีพ.ศ. 2556-2557 ซึ่งทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ได้แถลงเปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด
โดยรายงานระบุว่า วาระดังกล่าวเสนอโดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการเยียวยาฯ ที่เสนอผ่านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการเยียวยาฯ ซึ่งครม.ให้ความเห็นชอบในหลักการและวิธีการให้ความช่วยเหลือ และอนุมัติให้ใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นวงเงิน 120 ล้านบาท
โดยมอบหมายให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการให้ความช่วยเหลือและเบิกจ่ายงบประมาณในการเยียวยา เงินฟื้นฟูสมรรถภาพและเงินยังชีพ และให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(สป.ศธ.) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการให้ความช่วยเหลือและเบิกจ่ายงบประมาณในการจ่ายเงินทุนการศึกษาแก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาภายใต้หลักเกณฑ์ พร้อมกันนี้ยังมีการอนุมัติวงเงินอีก 1 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการของคณะกรรมการอำนวยการฯ คณะอนุกรามการฯ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการสังคม สป.ศธ. และสปน. ด้วย ทั้งนี้ในปีงบประมาณต่อไปขอให้ตั้งงบประมาณปกติในการเยียวยา
โดยหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ปี พ.ศ. 2556-2557 (ชีวิตและร่างกาย) มีอัตราการช่วยเหลือเยียวยาดังนี้ 1.เสียชีวิตรายละ 4 แสนบาท 2.ทุพพลภาพและต้องฟื้นฟูสมรรถภาพรายละ 4 แสนบาท 3.ทุพลลภาพรายละ 2 แสนบาท 4.บาดเจ็บสาหัสรายละ 1 แสนบาท 5.บาดเจ็บรายละ 6 หมื่นบาท 6.บาดเจ็บเล็กน้อยรายละ 2 หมื่นบาท และนอกจากนี้ยังมีการช่วยเหลือเป็นเงินยังชีพรายเดือนและเงินทุนการศึกษารายปีให้แก่บุตรของผู้เสียชีวิตและทุพพลภาพที่กำลังศึกษาอยู่ด้วย
"ผู้ได้รับผลกระทบมีจำนวนทั้งหมด 862ราย แบ่งเป็น เสียชีวิต 28 ราย และบาดเจ็บ 834ราย ซึ่งการเยียวยาดังกล่าวนำกฎหมายหลายฉบับมาเป็นเกณฑ์เทียบเคียง ได้แก่ 1.พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 2.พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ พ.ศ. 2535 3.พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 4.พระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการการปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. 2543 5.แนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ และ 6.แนวทางการให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามมติครม.เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2551"
ทั้งนี้ คณะกรรมการมีการพิจารณากรณีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองปี 2548 – 2553 ในส่วนที่ยังคงค้างช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงิน ตามหลักเกณฑ์มติครม.เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2555 วันที่ 6 มีนาคม 2555 และวันที่ 11 ธันวาคม 2555 ด้วย แต่เห็นควรรอจนกว่าคดีของคณะกรรมการป.ป.ช. จะถึงที่สุดเสียก่อนจึงจะดำเนินการต่อไปได้ อีกทั้งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งการว่า ให้กระทรวงยุติธรรมพิจารณาว่าการรอผลคดีของป.ป.ช.ทำให้ล่าช้าไปหรือไม่ แล้วจะมีวิธีใดทำให้เร็วขึ้น แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมายและอำนาจที่มีอยู่ในปัจจุบัน





