ผลวิจัยทีดีอาร์ไอสะท้อนไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ขาดแคลนแรงงาน ก่อการร้ายผ่านอินเตอร์เน็ตมากขึ้น เสนอแก้กฎหมายหลายฉบับให้สอดรับกับการพัฒนา
สำนักกิจการยุติธรรม พร้อมด้วยมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จัดสัมมนาแนวทางการพัฒนาและการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการยุติธรรมไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า ทั้งนี้เพื่อนำไปจัดทำแนวทางการพัฒนาและเตรียมความพร้อมของกระบวนการยุติธรรมไทยในทศวรรษหน้า โดยนายจักรกฤษณ์ ควรพจน์ ผอ.วิจัยด้านกฎหมายเศรษฐกิจ ทีดีอาร์ไอ เปิดเผยผลวิจัยเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงกฎหมาย การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ในทศวรรษหน้าว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือว่ามีนัยยะสำคัญที่จำเป็นต้องศึกษา เพราะไทยมีแนวโน้มจะเป็นสังคมผู้สูงอายุ ขาดแคลนแรงงาน มีการโจรกรรม ก่อการร้ายผ่านระบบอินเตอร์เน็ตมากขึ้น จึงถือเป็นเรื่องท้าทายที่ทีมวิจัยขอนำเสนอแนวทางปรับตัวเพื่อเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง
โดยเฉพาะการทบทวนและแก้ไขข้อกฎหมายบางฉบับ เช่น กฎหมายแพ่ง และกฎหมายอาญา ซึ่งควรยกเลิกการกระทำผิดอาญาในความผิดบางฐาน เพิ่มกำลังตำรวจ พร้อมกับเร่งปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติใหม่ พร้อมกันนี้เสนอให้เร่งสร้างความตระหนักในการเคารพกฎหมายตั้งแต่วัยเด็ก โดยกฎหมายใกล้ตัวที่เห็นว่าเป็นปัญหา เพราะถูกละเมิดมากที่สุดคือกฎหมายจราจร ควรนำเอาเทคโนโลยี หรือเอกชนเข้ามาแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น การออกใบสั่ง นอกจากนี้ยังควรที่จะปรับแก้กฎหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางการค้า กฎหมายการอุ้มบุญ กฎหมายครอบครัว เพื่อให้สอดรับกับภาวะการณ์เปิดเสรีทางการค้าในภูมิภาค
ด้านนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สะท้อนสถานการณ์ของประเทศว่า ถึงเวลาต้องปฏิรูปใหญ่อีกครั้ง แต่เป็นห่วงกรณีที่การปฏิรูปต้องใช้พลังในการขับเคลื่อนจำนวนมากจึงสำเร็จ โดยเห็นว่ากระทรวงยุติธรรมสามารถเป็นตัวนำขบวนปฏิรูปได้ แต่ก็ควรมีช่องทางที่เอื้ออำนวยด้วย ซึ่งรูปแบบจะเป็นอย่างไรต้องมีการพูดคุยกันจริงจัง ทั้งนี้ หากพิจารณาจากสภาพการเมืองปัจจุบันยอมรับว่าไม่อยู่ในสภาพที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพของระบบยุติธรรมประเทศได้เลย เนื่องจากไม่มีความสมัครสมาน แตกแยกออกเป็นหลายฝักฝ่าย มีแต่คนที่คับแคบ ไม่มีอุดมการณ์เพื่อประเทศ แต่มีอัตตาคิดเฉพาะเรื่องของตัวเอง ดังนั้น การมีผู้คุมอำนาจประเทศมีความคิดคับแคบ จึงทำให้บ้านเมืองแตกแยก และความแตกแยกจะมีผลให้เกิดการทำลายล้าง เอารัดเอาเปรียบจนลืมประเทศ
"ผมผ่านประสบการณ์ที่พบว่ามีข้าราชการที่ถูกไล่ออกฐานเข้าไปพัวพันกับการทุจริต แต่ต่อมาได้รับเข้าเป็นผู้สมัครส.ส. พรรคใหญ่ของประเทศ เรื่องดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าระบบการเมืองขาดการคัดกรอง ทำให้คนกลุ่มนี้เล็ดรอดเข้าระบบได้ ซึ่งการจะนำคนกลุ่มนี้ออกไปกลับเป็นเรื่องยาก สิ่งที่น่ากลัวคือคนกลุ่มนี้กลับมาทำงานอยู่บนหัวของข้าราชการประจำ" นายจรัญ กล่าว
นายจรัญ กล่าวต่อว่า ตนขอเรียกร้องให้ผู้หลัก ผู้ใหญ่ในวงการเมือง อย่าสนับสนุนให้คนที่มีแนวคิดรุนแรง สุดโต่ง คนที่มีความสามารถในการโกงเข้ามามีบทบาทในวงการเมือง เรื่องนี้ไม่มีใครจะแก้ไขได้ดีเท่ากับคนการเมืองด้วยกันเอง ตนขอย้ำว่าหากระบบการเมืองคืออำนาจใหญ่ของประเทศ หากระบบนี้ไม่อยู่ในร่องในรอยก็ยากที่ประเทศจะเดินหน้าต่อไปได้ พร้อมกันนี้แสดงความเห็นด้วยกับข้อเสนอของทีดีอาร์ไอเรื่องการแก้ไขกฎหมายหลายฉบับให้สอดรับกับการพัฒนาทั้งกระบวนการยุติธรรมและประเทศ โดยเฉพาะการเพิ่มความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของศาล เพื่อให้การพิจารณาคดีมีความเหมาะสมกับพฤติการณ์แห่งคดี





