สปช.คว่ำโหวตรธน. ทะลุ 130 เสียง เกินกึ่งหนึ่งคือ 124 เสียง จากเสียงสปช.ทั้งหมด 247 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ถึงความเคลื่อนไหวในการลงมติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 6 ก.ย.ว่า หลังจากที่สปช.กลุ่มไม่รับร่างรัฐธรรมนูญได้เดินเกมกดดันล็อบบี้สมาชิกสปช.อย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้คะแนนเสียงของสปช. กลุ่มที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ จากเดิมที่เคยเป็นรองได้แซงหน้ากลุ่มที่จะสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงคืนวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้เสียงสปช.กลุ่มที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมีคะแนนอยู่ที่ประมาณ 130-140 เสียง ถือว่า เกินกึ่งหนึ่งคือ 124 เสียง จากเสียงสปช.ทั้งหมด 247 คน โดยมีเสียงสปช.สายทหาร เข้ามาเพิ่มเติม ภายหลังจากที่ล่าสุดฝ่ายผู้ใหญ่ในคสช.ที่ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ สามารถทำความตกลงกันได้ว่า ไม่ขอให้รับร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเห็นว่า สถานการณ์ทางการเมืองยังมีความแตกแยกกันอยู่ และฝ่ายนักการเมืองยังมีการเคลื่อนไหวกันอยู่ตลอด หากสปช.ผ่านร่างรัฐธรรมนูญนำไปสู่ขั้นตอนการทำประชามติ เกรงว่าจะกลายเป็นการบ่มเพาะสถานการณ์ความขัดแย้งให้กลับมาอีกครั้ง ขณะเดียวกันมีความเสี่ยงสูงที่ร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านในการทำประชามติ เพราะพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีฐานเสียงประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้ต้องสูญเสียงบประมาณทำประชามติ 3-4 พันล้านบาทไปโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้น จึงควรกลับไปแก้ไขเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับได้ของทุกฝ่ายก่อน แล้วนำกลับไปทำประชามติอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเสียงสปช.ที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเป็นในส่วนของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช.สายนักวิชาการ สายกฎหมาย สายทหาร ตลอดจนสปช.สายจังหวัด ที่ล่าสุดได้ผนึกกำลังกันอย่างแน่นหนาจะไม่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยผูกโยงทางการเมืองกับสองพรรคการเมืองใหญ่ ทำให้มีสปช.สายจังหวัด จำนวน 55-60 คน ที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะสปช.สายภาคเหนือ ภาคอีสานเกือบทั้งภาคที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่สปช.สายภาคกลาง ภาคใต้ ยังเสียงแตกมีความเห็นทั้งรับและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
นายทิวา การกระสัง สปช.บุรีรัมย์ กล่าวถึงการนัดเลี้ยงสังสรรค์สปช.ภาคอีสานที่โรงแรมพูลแมน เมื่อค่ำวันที่ 4 ก.ย.ว่า เป็นการไปรับประทานอาหารเลี้ยงสังสรรค์ขอบคุณที่ร่วมทำงานกันมา มีสปช.ไปร่วมประมาณ 20 คน มีตัวแทนสปช.จากทุกภาคมาร่วมงาน ไม่ใช่แค่สปช.อีสานอย่างเดียว ซึ่งมีการแสดงจุดยืนกันว่า สปช.จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการลงคะแนนครั้งนี้ เพราะหากให้ความเห็นชอบไป จะกลายเป็นการจุดชนวนความขัดแย้งของคนในประเทศช่วงการทำประชามติ และมีโอกาสสูงที่จะเสียเงิน 3 พันล้านบาทฟรีๆในการทำประชามติ เพราะพรรคการเมืองใหญ่ 2พรรค ซึ่งเป็นฐานเสียงใหญ่ของประชาชน ไม่เอาด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โอกาสที่จะทำประชามติผ่านถือว่า ริบหรี่
แฉกลุ่มรับร่างพล่านเร่งดึงแต้มกลับ
นายทิวา กล่าวว่า ขณะนี้เสียงสปช.ที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ มีเสียงที่แน่นอนอยู่ที่ 140 เสียงแล้ว คิดว่า คงมีเพียงไม่กี่เสียงที่อาจจะสวิงไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม ดูแล้วมั่นใจว่า ฝ่ายไม่รับร่างน่าจะชนะฝ่ายรับร่างรัฐธรรมนูญได้ แต่คงชนะแบบเฉียดฉิว เว้นแต่จะมีการส่งสัญญาณพิเศษออกมา ซึ่งขณะนี้ภายหลังจากที่เสียงของฝ่ายไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแซงขึ้นมา สปช.ฝ่ายที่จะรับร่างรัฐธรรมนูญได้พยายามส่งสัญญาณโดยนำคำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่พูดในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อคืนวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า อยากให้มีทุกอย่างเดินหน้าตามโรด แม็ปเพื่อนำไปสู่การทำประชามติ มาใส่ในไลน์กลุ่มสปช. เพื่อชี้นำว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องการให้ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะดึงคะแนนที่เสียไปกลับคืนมา
นายมนูญ ศิริวรรณ สปช.สายพลังงาน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นเนื้อหาในรัฐธรรมนูญส่วนตัวคิดว่า น่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญได้ แต่วันนี้ยอมรับว่า มีเรื่องที่น่าวิตกในร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้น จึงต้องกลับมาทบทวนตัดสินใจใหม่อีกครั้ง ขณะนี้กำลังใจชั่งใจอยู่ 50-50 ยังไม่ได้ตัดสินใจว่า จะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนที่มีชื่อของตนไปอยู่ในรายชื่อ 147 คนที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ยังงงๆอยู่ว่า มีชื่อเข้าไปได้อย่างไร เพราะยังไม่ได้ตัดสินใจ อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้เคยมีคนโทรศัพท์มาพูดคุยขอเสียงสนับสนุน ชี้แจงให้เห็นถึงข้อเสียในร่างรัฐธรรมนูญ แต่ตนตอบกลับไปว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจ ยอมรับว่า ขณะนี้เสียงของทั้งสองฝ่ายสูสีกันมาก เพราะระยะหลังสปช.กลุ่มที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญรณรงค์ค่อนข้างหนักและเป็นระบบ ทำให้มีเสียงตอบรับค่อนข้างดี มีแนวโน้มไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้น





