สปช.จ่อโหวตคว่ำร่างรธน. หลังรับสัญญาณห่วงของ"ประยุทธ์"ยก 3 เหตุผลเป็นดุลพินิจ เพื่อลดขัดแย้ง ให้เวลาทีมศก.ทำงาน แก้จุดบกพร่องร่างรธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อลงมติมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญนำเสนอให้พิจารณาจะเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. โดยการลงคะแนนนั้นจะเป็นไปอย่างเปิดเผย ด้วยการขานชื่อสมาชิกสปช.ทั้ง 247 คนตามลำดับเพื่อให้ออกเสียงตามดุลยพินิจของตนเอง และเรียงลำดับไปจนครบ ซึ่งมติที่จะตัดสินใจว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านความเห็นชอบและนำไปสู่การทำประชามติได้นั้น ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสภา หรือ จำนวน 124 เสียงขึ้นไป
สำหรับความเคลื่อนไหวของสปช.ต่อการตัดสินใจลงมติล่าสุด หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงทัศนะต่อเรื่องการลงมติร่างรัฐธรรมนูญผ่านทางรายการนายกฯ พบประชาชน ช่วงค่ำวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยเน้นถึงการเดินหน้าการปฏิรูปอย่างไม่มีความขัดแย้งนั้น แหล่งข่าวจากสปช. กลุ่มที่จะให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ แจ้งว่า ทำให้สมาชิกสปช.กลุ่มใหญ่ มีแนวโน้มจะลงมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ มากขึ้นและอาจถึงขั้นทำให้เสียงไม่พอผ่านร่างรัฐธรรมนูญไปได้ โดยมีเหตุผลที่ตกผลึกร่วมกันในระดับแกนนำระดับสูงของสปช. และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
1.ต้องการเพิ่มเวลาให้ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลที่เพิ่งปรับเปลี่ยน ซึ่งมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นแกนนำ ได้ทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระยะนี้ให้ดีขึ้น โดยหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบของสปช.ทีมเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาล จะมีเวลาทำงานอีก 7 เดือน 2.ต้องการลดกระแสความขัดแย้งที่เกิดจากความเห็นต่างในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญที่ล่าสุดมีกระแสความเห็นต่างกันอย่างหนัก ทั้งจากพรรคการเมืองและจากภาคประชาชน นักวิชาการ และ 3.ต้องการให้ปรับปรุงเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญจุดที่มีปัญหา ก่อนนำไปสู่การลงประชามติ เบื้องต้นได้มีการตกลงระหว่างผู้นำรัฐบาลและสปช.กลุ่มใหญ่ ว่าจะนำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่เสนอโดยกมธ.ยกร่างรํฐธรรมนูญที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน มาเป็นฉบับหลักที่จะนำไปปรับปรุงและแก้ไขในจุดที่บกพร่อง
"ประเด็นความขัดแย้งถือเป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ให้ความสำคัญมากกว่าการปฏิรูป เพราะหากประเทศยังมีความขัดแย้งการปฏิรูปจะไม่มีทางทำสำเร็จได้ ดังนั้นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหา หากมีเวลาอีก 7 เดือน คือ นับตั้งแต่การให้เวลาแต่งตั้งกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 30 วันและทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีก 180 วันหรือ6 เดือน เชื่อว่าจะทำให้ปัญหาความขัดแย้งบรรเทาลงไปได้ และประเด็นสำคัญคือ รัฐบาลจะได้มีเวลาแก้ปัญหาเศรษฐกิจมากพอที่จะเรียกความเชื่อมมั่นให้กลับมาได้ เมื่อปฏิทินเวลาเปลี่ยนแปลงไป เชื่อว่าการทำประชามติอาจเริ่มขึ้นในเดือน เมษายน 2559 และจะมีการนัดลงประชามติช่วงต้นกันยายน 2559 ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวจะทำให้ทุกฝ่ายรับได้"แหล่งข่าวจากสปช. ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าประเด็นแนวโน้มของการไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นในส่วนของสปช.ที่เป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญยังยืนยันในหลักการของตนเองที่จะลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ แต่ข่าวที่ออกมานั้นได้สร้างความไม่พอใจกับนายบวรศักดิ์ เป็นอย่างยิ่ง เพราะนายบวรศักดิ์ ยืนยันว่าไม่ยอมให้ร่างรัฐธรรมนูญตกไปอย่างแน่นอน ทั้งนี้ในช่วงค่ำของวันที่ 5 ก.ย. นายบวรศักดิ์ ได้นำคณะทำงานเข้าวัดเพื่อทำบุญและทำพิธีตามมงคลฤกษ์ เพื่อให้การทำงานและการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญผ่านในชั้นสปช. และช่วงเช้าวันที่ 6 ก.ย.นั้นทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญบางส่วนจะเดินทางไปสักการะพระแก้วมรกต ที่วัดพระศรีรัตนศาสนาราม ก่อนจะเดินทางเข้ารัฐสภา เพื่อร่วมลงมติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่





