วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลวิตกสื่อนำเสนอมือบึ้มราชประสงค์เป็นชาติใด

รองโฆษกรัฐบาลห่วงสื่อฯ นำเสนอเจาะจงผู้ต้องหา บึ้มราชประสงค์ เป็นคนชาติใด เผยต้องร่วมมือพิสูจน์สัญชาติ

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนผู้ต้องหาในคดีวางระเบิดแยกราชประสงค์ว่า ตามที่โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ได้ชี้แจงว่ามีการออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยมีพยานหลักฐานประกอบ ทั้งรอยนิ้วมือต่างๆซึ่งสามารถตรวจสอบได้ ทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนจึงยังไม่สามารถระบุชัดเจนว่า มีมูลเหตุมาจากประเด็นใด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีข้อห่วงใยเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนเกี่ยวกับเชื้อชาติของผู้ต้องหา จึงของให้สื่อฯระมัดระวัง เพราะถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เนื่องจากทุกอย่างยังไม่ชี้ชัด ว่าผู้ต้องหาเป็นคนสัญชาติใด

เรื่องดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้พิสูจน์สัญชาติ โดยจะร่วมมือกับประเทศที่ถูกกล่าวหาว่ามีคนของประเทศนั้นมาก่อเหตุ จึงขอให้เข้าใจว่า การที่พูดถึงประเทศใดประเทศหนึ่งนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แม้ผู้ต้องหาจะมีสัญชาตินั้น แต่ไม่ได้หมายความว่า ประเทศเหล่านั้นให้การสนับสนุนให้ก่อเหตุ นอกจากนี้ ทางการตุรกีได้ชี้แจงแล้วว่าผู้ต้องหาที่ทางการไทยจับกุมได้นั้น ถือพาสปอร์ตปลอม ส่วนผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมที่ จ.นราธิวาส นั้น ยังไม่พบหลักฐานความเชื่อมโยงกับการก่อเหตุระเบิด แต่มีความเชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์ จึงของให้รอความชัดเจนอีกระยะหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำงานอย่างเข้มข้น 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับการส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศจีนหรือไม่ พล.ต.วีรชน กล่าวว่า ยังไม่สามารถสรุปว่า สาเหตุมาจากเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะขณะนี้สมมติฐานต่างๆทั้งเรื่องการค้ามนุษย์ การส่งชาวอุยกูร์กลับจีน หรือการเมืองภายใน ยังเป็นประเด็นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่มีการเจาะจงว่าเป็นเรื่องหนึ่งเรื่องใด จึงไม่อยากให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวไปในทิศทางใดทางหนึ่ง ขอให้ฟังจากทางตำรวจชี้แจงว่ามีหลักฐานใดเพิ่มเติม 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมีเงินสนับสนุนจากแหล่งใดหรือไม่ พล.ต.วีรชน กล่าวว่า อาจเป็นขบวนการค้ามนุษย์ หรือคนสนับสนุนขบวนการที่ใช้การค้ามนุษย์เป็นเครื่องมือ ก็อาจจะเชื่อมโยงได้ ส่วนการดำเนินการกับชาวอุยกูร์ที่ยังอยู่ในประเทศไทยนั้น เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่จะดำเนินการต่อไป

"หลักฐานที่ออกมาตอนนี้ มันยังไม่ได้สื่อไปในทิศทางว่า สาเหตุมาจากการส่งชาวกุยอูร์กลับจีน แต่อาจมีความเกี่ยวข้องถึงเรื่องการค้ามนุษย์ แต่การวิเคราะห์ของสื่อมุ่งไปทางนั้น จึงทำให้สาธารณชนมองเป็นแบบนั้น การวิเคราะห์ ความเชื่อก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ความจริงและหลักฐานประกอบก็เป็นอีกส่วน ตอนนี้ต้องแยกให้ออกว่า การส่งชาวอุยกูร์กลับจีนกับเรื่องการค้ามนุษย์เป็นคนละประเด็น ประเด็นการส่งตัวกลับไม่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ แต่การเรื่องการค้ามนุษย์เป็นเรื่องของผลประโยชน์ล้วนๆ ซึ่งมีผู้เสียประโยชน์จากที่เราส่งตัวชาวอุยกูร์กลับ 2 เรื่องนี้ จึงนำมาโยงกันไม่ได้ ต้องแยกให้ออก ถ้าสองเรื่องมารวมกันจะเกิดความสับสน "พล.ต.วีรชน กล่าว