เพื่อไทยออกแถลงการณ์ยํ้าจุดยืน สปช.ควรควํ่าร่างรธน.ในวันที่ 6 ก.ย.
พรรคเพื่อไทย-พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงราย ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย ร่วมกันอ่านแถลงการณ์คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งเรียกร้องให้สปช.โหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 6 ก.ย. โดยนายสามารถกล่าวว่า ตามที่พรรคเพื่อไทยได้เสนอความคิดเห็นของสมาชิกและวิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญว่าเป็นฉบับกดหัวประชาชน เนื่องจากเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่มิได้ให้ความเคารพในอำนาจของประชาชน อำนาจที่แท้จริงกลับตกอยู่กับองค์กรและกลุ่มบุคคลที่สร้างกลไกเพื่อมุ่งสืบทอดอำนาจและไร้การตรวจสอบ ประชาชนขาดสิทธิและโอกาส เป็นการทำลายหลักการอันดีงามที่ประเทศเคยยึดถือและตกผลึกทางความคิดโดยการยอมรับจากประชาชนแล้ว หากผลของร่างรัฐธรรมนูญจะทำให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพ บริหารประเทศไม่ได้ เศรษฐกิจของประเทศจะยิ่งตกต่ำ และจะนำพาประเทศไปสู่ความขัดแย้งในทุกระดับ ยากที่จะกลับคืนสู่สันติสุขได้ เป็นที่น่าห่วงใยว่าประเทศชาติจะตกอยู่ในวงจรอุบาทว์อย่างไม่สิ้นสุด
นายสามารถ กล่าวอีกว่า หลังจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เผยแพร่สู่สาธารณชน มีการวิพากษ์วิจารณ์ แสดงความเห็นโดยสุจริต ทั้งจากพรรคการเมือง นักวิชาการ สถาบันการศึกษา ประชาชน และสื่อมวลชนโดยทั่วไป ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นอกจากจะไม่มีความเป็นประชาธิปไตยแล้ว ยังมีเนื้อหาที่นำพาประเทศถอยหลังไปจากเดิมจนเป็นการย้อนยุค มีลักษณะเป็นการสืบทอดอำนาจ สร้างรัฐซ้อนรัฐ อำนาจของประชาชนถูกเหยียบย่ำ จึงเป็นที่คาดหมายได้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้แม้จะผ่านความเห็นชอบของสปช. ก็มีแนวโน้มที่จะไม่ผ่านประชามติจากประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจต้องสูญเปล่าทั้งในแง่ของกระบวนการยกร่างและงบประมาณแผ่นดินที่ต้องนำมาใช้ถึงกว่า 3,000 ล้านบาทในการยกร่างและจัดทำประชามติ พรรคเพื่อไทยจึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันไตร่ตรอง คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และหาทางแก้ไข
โดยมีข้อเสนอดังต่อไปนี้ 1.สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งจะต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในวันที่ 6 ก.ย. ควรแสดงความรับผิดชอบและแสดงบทบาทในวาระสำคัญด้วยวิจารณญาณที่ปรารถนาจะเห็นประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเพื่อระงับยับยั้งมิให้ประเทศก้าวไปสู่วิกฤต โดยการลงมติไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เสีย ซึ่งจะส่งผลให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่หลายๆ ฝ่ายสามารถที่จะยอมรับได้ และ 2.หากกรณีมิได้เป็นไปตามข้อ 1 โดย สปช.ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าปัญหารัฐธรรมนูญที่พยายามจะยัดเยียดให้ประชาชนโดยขาดการมีส่วนร่วมอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะร่วมคิดหรือร่วมร่าง จะเป็นต้นเหตุของการนำชาติเข้าสู่ภาวะแห่งความขัดแย้ง นำชาติดำดิ่งสู่วงจรอุบาทว์ รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยจะส่งผลต่อความเชื่อถือของประเทศในสังคมโลก ในที่สุดจะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ได้ขออนุญาต คสช.หรือไม่ นายสามารถ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เราเพียงต้องการแสดงจุดยืนท่าทีของพรรคต่อร่างรัฐธรรมนูญ สำหรับกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ แถลงสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญนั้น จะทำให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่ นายสามารถ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการแสดงความคิดเห็น ซึ่งต่างฝ่ายต่างมีสิทธิที่จะแสดงออก
ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุว่า ควรมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ถือเป็นการส่งสัญญาณต่อสปช.ในการพิจารณารับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสามารถกล่าวว่า นายกฯ ในฐานะคนไทยคนหนึ่งสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ ถือเป็นความเห็นส่วนตัว เพียงแต่ท่านมีฐานะและตำแหน่งนายกฯ เมื่อพูดแล้วอาจชี้นำได้ ก็เหมือนกับที่พรรคเพื่อไทยมีจุดยืนและยืนหยัดว่าเราไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทั้งนี้ ตนยังเชื่อว่าสปช.มีวิจารณญาณว่าจะผ่านร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าผ่านแล้วอะไรจะเกิดขึ้น แต่เสียงที่ก้ำกึ่งของสปช.แสดงให้เห็นว่า สปช.เริ่มคิดได้แล้ว
นายสามารถ กล่าวด้วยว่า เมื่อผ่านขั้นตอนของสปช.ในวันที่ 6 ก.ย.แล้ว จะไปสู่ขั้นตอนการทำประชามติ เมื่อถึงช่วงนั้นต้องดูว่าจะมีปัญหา อุปสรรคอะไรหรือไม่ เพราะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ออกมาบอกแล้วว่า ห้ามรณรงค์กับประชาชน แม้กระทั่งการส่งข้อความผ่านไลน์ อะไรต่างๆ ก็ทำไม่ได้ เมื่อถึงช่วงนั้นพรรคก็อาจเรียกร้องไปยังคสช.ขอให้เปิดกว้างให้พรรคการเมืองได้รณรงค์พูดจาเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ได้เป็นการยุยงส่งเสริมให้มีการล้มล้างรัฐบาล เพียงแต่อยากให้ประชาชนได้รับฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ร่างรัฐธรรมนูญหากถูกคว่ำในชั้นสปช.น่าจะดีกว่าคว่ำตอนลงประชามติหรือไม่ นายสามารถ กล่าวว่า หากไปถึงช่วงการทำประชามติก็ต้องเสียงบประมาณ 3 พันล้านบาท เมื่อไปถึงช่วงนั้นถ้าให้ข้อมูลไม่รอบด้านเป็นประโยชน์กับประชาชน อย่างที่นายวิษณุบอก การส่งข้อความสั้นหรือเอสเอ็มเอส ส่งข้อความผ่านไลน์มีความผิด แล้วจะทำอย่างไร ส่วนท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่อยากให้สปช.โหวตคว่ำรัฐธรรมนูญนั้น เราคงไม่ได้ไปร่วมมือด้วย
เพราะถือเป็นความคิดเห็นของนายอภิสิทธิ์ แต่ไม่รู้ว่าท่าทีของนายสุเทพที่ออกมาสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทำให้นายอภิสิทธิ์เปลี่ยนใจไปแล้วหรือยัง เมื่อถามว่า หากผ่านทั้งในชั้นสปช.และผ่านประชามติไปแล้ว พรรคเพื่อไทยยังพร้อมจะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ นายสามารถ กล่าวว่า อย่าเพิ่งพูดถึงตอนนั้นเลย ขอให้ผ่านวันที่ 6 ก.ย.ที่จะมีการโหวตจากสปช.ไปก่อนดีกว่า เดี๋ยวพูดอะไรตอนนี้ไปว่าจะลงหรือไม่ลง พล.อ.ประยุทธ์จะไปจดเอาไว้ว่าเราเคยมีความเห็นอย่างนี้





