วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กองปราบเร่งหาสาเหตุการตาย'ชูวงษ์'

กองปราบเร่งหาสาเหตุการตาย“ชูวงษ์” ไล่ตรวจวงจรปิดก่อนเกิดอุบัติเหตุ

จากกรณีนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และประธานกลุ่มวิทยาตลาดทุนกิจการเพื่อสังคม (วตท.) รุ่นที่ 20 เสียชีวิตขณะที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ และอดีต รมช.พาณิชย์ ขับรถยนต์เล็กซัส สีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ไปส่งบ้านพัก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ต่อมาญาตินายชูวงษ์ ได้เข้าร้องเรียนกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.เพื่อขอรื้อคดีขึ้นมาสอบสวนใหม่ เนื่องจากยังติดใจการเสียชีวิตในหลายประเด็นนั้น รวมทั้งร้องเรียนกับทางกองบังคับการปราบปรามให้ช่วยจรวจสอบ หลังจากพบการโอนหุ้นของเสี่ยจืด มูลค่ารวมเกือบ 300 ล้านบาท ให้ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาว และ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์สาวคนสนิทก่อนเสียชีวิต นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบว่าเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ในการทำธุรกรรมโอนหุ้นนั้น ไม่ใช่เบอร์ของนายชูวงษ์ แต่เป็นเบอร์ที่จดในนามบริษัทของคนใกล้ชิด พ.ต.ท.บรรยิน กระทั่งศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย ประกอบด้วย พ.ต.ท.บรรยิน , น.ส.ศรีธรา พรหมา , น.ส.อุรชา และ น.ส.กัญฐณา โดยผู้ต้องหาทั้งหมดได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนพร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหา

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 1 กันยายน ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. เปิดเผยว่า ในเรื่องของคดีการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ จนถึงขณะนี้พนักงานสอบสวนยังคงอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ยังไม่ได้สรุปสำนวนการสอบสวน ส่วนคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ นั้น ได้เริ่มมีการตรวจสอบไปบ้างแล้ว หลังจากเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้มีการประชุมคณะทำงานและมีการแบ่งงานและมอบหมายหน้าที่ ก็อย่างที่เรียนไว้ว่ามีสำนวนการสอบสวนจาก สน.อุดมสุข ที่เราได้รับมา รวมทั้งเอกสารสำนวนการชันสูตร

พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจสอบในภาคพื้นดิน เรื่องของตารางเวลานับตั้งแต่นายชูวงษ์ เดินทางออกจากสนามกอล์ฟ ไปยังจุดที่มีการเสียชีวิต อยู่ระหว่างดำเนินการอยู่ ส่วนสาเหตุหลักที่ บก.ป.ต้องดำเนินการนั้นเป็นเพราะทางฝ่ายญาติของนายชูวงษ์ ติดใจสาเหตุแล้วก็เห็นว่า บก.ป.ทำเรื่องการโอนหุ้นที่ผิดปกติของนายชูวงษ์ อยู่แล้ว จึงอยากให้เป็นเรื่องที่ได้ทำร่วมกันทีเดียว โดยคดีการโอนหุ้นยืนยันว่าพยานหลักฐานต่างๆ ที่ บก.ป.มีอยู่ในขณะนี้มีความแน่นหนา นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบได้อีกหลายจุด ซึ่งมากเพียงพอจะเอาผิดผู้ต้องหาได้

พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวต่อว่า สำหรับคดีทุจริตการโอนหุ้น นั้นขณะนี้ทางคณะทำงานได้มีการพิจารณากันอยู่ว่าจะมีการเชิญใครมาให้ปากคำอีก คาดว่าภายในวันที่ 2 ก.ย.นี้ คงจะทราบว่าเราจะต้องเชิญใครมาอีก หรือออกหมายเรียกใคร โดยจะต้องสอบพยานที่เกี่ยวข้องในทุกประเด็นที่มีข้อสงสัย ส่วนการพิจารณาออกหมายจับเพิ่มเติมนั้นขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับผู้ใด

“ประเด็นข้อสงสัยที่จะต้องสอบปากคำจากพยานเพิ่มเติมก็จะพิจารณาทั้งในเรื่องของการโอนหุ้นบางตัวที่จะต้องตรวจสอบให้ละเอียดรอบคอบมากขึ้น และในส่วนของสาเหตุการตายของนายชูวงษ์ด้วย สำหรับกรณีปากกาที่นายชูวงษ์ ใช้ในการเซ็นเอกสารโอนหุ้นนั้น ผมไม่เห็นว่าประเด็นนี้เป็นสาระสำคัญ เพราะเป็นเรื่องที่ทางกองพิสูจน์หลักฐาน ได้แจ้งผลการตรวจสอบกลับมายังพนักงานสอบสวนกองปราบแล้ว มีการยืนยันด้วยความเป็นวิทยาศาสตร์ เป็นที่ยอมรับ หากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น จุดนี้ก็ต้องมีคำตอบว่าคืออะไร ส่วนปากกาจะใช้แบบไหน ซื้อจากไหน อันนี้เป็นเรื่องที่จะต้องมีการชี้แจง” ผบก.ป. กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ เกี่ยวกับการตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบจุดที่เกิดอุบัติเหตุหรือไม่ พล.ต.ต.อัคราเดช บอกว่า ทางพนักงานสอบสวนได้แบ่งงานกันแล้ว จะต้องมีการตรวจสอบกล้องทุกตัวที่มีอยู่และใช้การได้ เพื่อแสวงหาพยานหลักฐานต่างๆ ในการตอบทุกข้อสงสัยให้ได้ ส่วนมิติของการเสียชีวิตด้วยสาเหตุจากอะไร มีใครทำให้เสียชีวิต หรือเป็นอุบัติเหตุจริงๆ ทุกอย่างต้องมีความชัดเจน

“ผมยืนยันว่าทำคดีนี้ด้วยความเป็นธรรม และไม่ได้ตั้งธงไว้ก่อน เราไม่ได้ขัดแย้งกับใคร เป็นตำรวจ เป็นนักกฎหมาย เขากล่าวกันไว้ว่า นักกฎหมายอย่างไปกลัวสิ่งอื่น กลัวสิ่งเดียวคือกฎหมาย ถ้าใครไม่ไว้ใจเราก็ยินดี จะไปร้องเรียนที่ไหนก็แล้วแต่ จะไปศาลโลก หรือไปที่ไหนก็แล้วแต่เลย ผมยืนยันได้ว่าทาง บก.ป.ดำเนินการด้วยความเที่ยงตรง” พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวและว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องการเสียชีวิตว่าเป็นการฆาตกรรม หรือเกิดจากอุบัติเหตุ โดยบอกได้เพียงว่าเป็นการเสียชีวิตผิดธรรมชาติ และยังคงต้องตรวจสอบต่อไป ถ้าหากเป็นการฆาตกรรมจะเป็นลักษณะไหน เป็นการฆาตกรรมอำพรางหรือไม่ มีเหตุอะไรเกิดขึ้นบนรถ ตรงนี้จึงยังไม่สามารถยืนยันได้

ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีการจำลองเหตุการณ์ของอุบัติเหตุที่เกิดจะมีการจำลองเมื่อไหร่ พล.ต.ต.อัคราเดช ระบุว่า คงจะต้องมีการพิจารณาร่วมกันกับคณะทำงานอีกครั้ง หากว่าต้องจำลองเหตุการณ์ก็ต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือที่พร้อม ตรงนี้จึงอยู่ในช่วงระหว่างการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งบริษัทรถ นักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการขับขี่ อาจรวมไปถึงการใช้หุ่นจำลองด้วย