"พ.อ.วินธัย"เผยนายกฯขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุ่มเททำงาน คดีบึ้มแยกราชประสงค์-ท่าเรือสาทร กำชับคลี่คลายคดี-ขยายผลเครือข่ายรอบคอบ
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ร่วมกันแถลงภายหลังการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กรณีการจับกุมผู้ต้องสงสัยวางระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1รอ.) ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยพ.อ.วินธัย กล่าวว่า ในวันนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ได้เป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์ของคสช. เพื่อรับทราบผลความคืบหน้าในการติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร ซึ่งในการประชุมพล.อ.ประวิตร ได้กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่ได้ทุ่มเททำงานอย่างหนักด้วยความอดทนและอดกลั้นจนสามารถทำให้ผลการติดตามสืบสวนคดีในภาพรวมมีความคืบหน้าไปมากโดยเฉพาะมีการดำเนินการเพิ่มเติมในพื้นที่มีนบุรี อีกทั้งพล.อ.ประวิตรยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำรงการคลี่คลายคดีและขยายผลการจับกุมผู้กระทำผิดและเครือข่ายด้วยความระมัดระวังอย่างละเอียดรอบคอบ ตลอดจนนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนามาตรการป้องกันและป้องปรามให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ายังไม่สรุปหรือตัดประเด็นใดๆทิ้งจนกว่าจะได้องค์ประกอบทางด้านพยานหลักฐานไม่ว่าจะเป็นพยานบุคคล วัตถุพยาน และผลพิสูจน์ทางด้านนิติวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนประกอบการทำคดีให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด ทางคสช.ขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสในช่วงที่ผ่านมาจนเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ตามที่ได้รายงานให้ทราบแล้ว และเพื่อให้การขยายผลในการสืบสวนคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นจึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการ อาคารที่พัก เกสต์เฮาส์และห้องเช่าต่างๆ หากพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยเข้ามาพักอาศัยก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทหารหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใกล้ที่สุด หรือติดต่อมายังเบอร์โทรศัพท์สายด่วน1515 ได้ทันที
นอกจากนี้ขอความร่วมมือพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนงให้เพิ่มความระมัดระวังในการนำเสนอข่าวสารและข้อมูลไปสู่สาธารณชน โดยเฉพาะประเด็นที่อาจทำให้สังคมเกิดความสับสนหรือตื่นตระหนก รวมทั้งขอให้หลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์หรือเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดจากการคาดเดากันเอง เนื่องจากประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้
ด้านพล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าคดีระเบิดในพื้นที่กทม. เมื่อวันที่ 17-18 ส.ค.ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าจากการขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย และสามารถสืบทราบได้ว่าที่พักของผู้ต้องหามีเครือข่ายหรือความเกี่ยวเนื่องอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ชื่อในไมมูณาการ์เด้นโฮม
จึงได้มีการสนธิกำลังระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา จนค้นพบอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการประกอบระเบิด ดังนี้ 1.ดินดำ ที่เป็นดินที่ใช้ประกอบและขยายแรงระเบิด 2.ปุ๋ยยูเรีย ซึ่งสามารถนำมาประกอบเป็นดินระเบิดได้ถ้ามีการผสม 3.รถบังคับวิทยุ พร้อมรีโมทคอนโทรลในการบังคับวิทยุ โดยสามารถใช้เป็นตัวจุดชนวนระยะไกล 4.น็อตทั้งตัวผู้และตัวเมีย ที่อาจจะใช้แทนสะเก็ดวัตถุระเบิด 5.หลอดไฟขนาดเล็ก ที่อาจใช้แทนเป็นเชื้อปะทุไฟฟ้าได้ 6.นาฬิกาดิจิตอลและนาฬิกาตั้งเวลา เพื่อใช้ในการกดเวลา
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า ขณะกำลังตรวจคันเจ้าของห้องไม่อยู่ จึงได้มีการสอบสวนและขยายผลเพื่อขอศาลออกหมายจับผู้ที่เป็นผู้เช่าห้องพักคนที่ 1 คือน.ส.วรรณา สวนสัน อายุ 26 ปี และมีผู้อาศัยอยู่ในห้องเป็นชายที่ยังไม่ปรากฏสัญชาติตามภาพสเก็ตช์ 1 คน สำหรับศูนย์ติดตามสถานการณ์ของคสช.ขอความกรุณาชี้แจงไปยังผู้ที่ครอบครอง โดยเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ หอพักหรือบ้านเช่า ที่มีผู้อยู่อาศัยเป็นชาวต่างชาติ ที่มีลักษณะคล้ายกับกลุ่มชาวต่างชาติดังกล่าวให้กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่โดยด่วน เพราะกรลุ่มบุคคลเหล่านี้อาจมมีวัตถุที่อาจเกิดอันตรายแก่หอพักและผู้ที่อยู่ร่วมอาศัย พร้อมทั้งช่วยบันทึกข้อมูลสำรองของกล้องซีซีทีวีนั้นไว้อย่าให้ถูกลบ เพื่อใช้ในการสอบสวนต่อไป





