เลื่อนอ่านฎีกา "ประวัติ ถนัดค้า" อดีตรองอธิบดีป่าไม้ เอี่ยวเงินสินบน 5 ล้าน อายัดไม้สาละวิน พ่อค้ารายใหญ่ ปี 40
ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ 3770/2544 ที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายวินัย พานิชยานุบาล อายุ 74 ปี เจ้าของบริษัท สหวนกิจ (1999) จำกัด พ่อค้าไม้รายใหญ่ภาคเหนือ และนายประวัติ ถนัดค้า อดีตรองอธิบดีกรมป่าไม้ จำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานเป็นผู้ให้และรับสินบน เพื่อจูงใจให้เจ้าพนักงาน ใช้ตำแหน่งหน้าที่กระทำการโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 144 และ ม.149 กรณีมีการให้สินบน 5 ล้านบาท ภายหลังที่กรมป่าไม้ ได้ยึดอายัดไม้สัก จากสาระวิน ของบริษัท สหวนกิจฯ มูลค่า 180 ล้านบาท เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.40
แต่เมื่อถึงเวลานัด มีเพียงนายศุภ์พะกิจ กีรติสุนทร ทนายความของนายวินัย จำเลยที่ 1 , ภรรยานายประวัติ จำเลยที่ 2 และ นายสุชาติ วันทะยา ทนายความ เดินทางมาศาล
โดยนายศุภ์พะกิจ ทนายความของนายวินัย จำเลยที่ 1 แถลงต่อศาลว่า นายวินัย จำเลยที่ 1 มีอาการป่วยด้วยโรคเบาหวาน ขณะนี้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งทนายความได้นำใบรับรองแพทย์มาแสดงต่อศาลด้วย
ขณะที่ทนายความของนายประวัติ จำเลยที่ 2 ก็แถลงต่อศาลว่า นายประวัติ จำเลยที่ 2 ได้เสียชีวิตแล้ว ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.54 โดยใบมรณะบัตรมาเป็นหลักฐานแสดงต่อศาล
ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า นายประวัติ จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายจริงระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ดังนั้นจึงให้รวบรวมเอกสารแสดงการเสียชีวิต และสำนวนคดีส่งคืนให้ศาลฎีกาเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับกับคำพิพากษาต่อไป โดยศาลอาญา ยังไม่ได้กำหนดนัดฟังคำพิพากษาฎีกาเนื่องจากต้องรอให้ศาลฎีกา ส่งสำนวนคดีทั้งหมดกลับมาอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ ศาลอาญา มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 พ.ย.48 ให้จำคุกนายวินัย จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี ฐานเป็นผู้ให้ทรัพย์สินหรือสินบนแก่เจ้าพนักงาน ตาม ม.144 และจำคุก นายประวัติ จำเลยที่ 2 เป็นเวลา 5 ปี ฐานรับสินบน เพื่อไม่กระทำการตามหน้าที่โดยทุจริต ตาม ม.149 เนื่องจากโจทก์ มีพนักงานธนาคาร เบิกความเกี่ยวกับจำนวนที่มีเบิกถอนซึ่งสอดคล้องกับพยานแวดล้อมปากอื่นๆที่เป็นพนักงานสอบสวน ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ถอนเงิน 5 ล้านบาท แล้วนำไปบรรจุไว้ในกล่องกระดาษ
โดยใส่ไว้ในกระเป๋า แล้วนำไปให้จำเลยที่ 2 ที่บ้านพัก เพื่อจะให้ปล่อยไม้ของกลางที่อายัดไว้ ขณะที่ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 มี.ค.54 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยศาลอุทธรณ์ เห็นว่าการกระทำของจำเลยมีความร้ายแรง เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างจึงไม่สมควรรอลงอาญา
ขณะที่คดีนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อครั้งเกิดวิกฤตเศรษฐกิจช่วงปี 2540 รัฐบาลนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี รณรงค์ระดมทุนตั้งกองทุนช่วยชาติ โดยมีประชาชนมาบริจาคเงินจำนวนมาก ขณะเดียวกัน นายประวัติ ก็ได้นำเงิน 5 ล้านบาทมาบริจาค โดยอ้างว่ามีบุคคลนำเงินดังกล่าวใส่กล่องของขวัญมาวางไว้ โดยนายชวน คิดว่าเป็นเงินต้องสงสัยจึงไม่รับบริจาค พร้อมกับสั่งตั้งกรรมการสอบสวน จึงทราบว่าเป็นเงินสินบนที่ได้รับจากการเซ็นต์อนุมัติปล่อยไม้สาระวิน นายปรระวัติ จึงถูกฟ้องดำเนินคดี และภายหลังยังถูกลงโทษให้ปลดออกจากราชการด้วย





