อธิบดีกรมการกงสุล เผยวันนี้ ส่งลูกเรือประมงไทยกลับเพิ่ม 19 คน ขณะที่หนึ่งในลูกเรือประมงลั่นเข็ดจนตายทำประมงผิดกม.ในอินโดนีเซีย
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเนชั่น รายงานจากกรุงจาการ์ต้า นายธงชัย ชาสวัสดิ์ อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (27 ส.ค.) กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์ไทยในต่างแดน กรมการกงสุลร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ต้า ในการดำเนินการช่วยเหลือส่งลูกเรือประมงไทยที่ถูกทางการอินโดนีเซียจับกุม จำนวน 19 คนซึ่งประกอบด้วยผู้ที่ทำหน้าที่เป็นช่างเครื่อง และลูกเรือทำงานอยู่บนเรือ โดยทั้งหมดได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันเดียวกัน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจำนวน 9 คนเดินทางกลับโดยการบินไทย เที่ยวบินที่ทีจี 434 และกลุ่มที่สองจำนวน 10 คน เดินทางกลับโดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่จีแซส 252
สำหรับลูกเรือประมงไทยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาทำประมงในน่านน้ำอินโดนีเซียอย่างผิดกฎหมาย และถูกทหารเรืออินโดนีเซียจับกุมในน่านน้ำอินโดนีเซีย โดยทั้งหมดถูกส่งไปดำเนินการตามกฎหมายที่เมืองตาริมปา ในหมู่เกาะเรียว ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนบนของอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้ากรมการกงสุลได้เร่งส่งเอกสารไปยังเจ้าหน้าที่อินโดนีเซียเพื่อพิสูจน์ยืนยันสัญชาติว่าเป็นคนไทย จากนั้นสถานทูตได้ออกเอกสารประจำตัวชั่วคราวเพื่อใช้สำหรับเดินทางกลับประเทศไทยโดยเร็ว
นายธงชัย กล่าวอีกว่า ส่วนไต๋กงของเรือดังกล่าว ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ในข้อหาทำประมงผิดกฎหมาย เนื่องจากผู้ที่ทำหน้าที่เป็นไต๋กงเรือลำนั้นๆ มาจับปลาในอินโดนีเซีย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายประมงของอินโดนีเซียในปัจจุบัน เนื่องจากในกฎหมายไม่อนุญาตให้เรือสัญชาติอื่นเข้ามาทำการประมงในทะเลอินโดนีเซียแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางสถานเอกอัครราชทูตรุดประสานงานกับหน่วยงานอินโดนีเซียอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คนเหล่านี้ได้รับการช่วยเหลือและเดินทางกลับประเทศโดยเร็ว พร้อมกับติดต่อทางญาติให้รับทราบอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 จนถึงขณะนี้ ได้ดำเนินภารกิจช่วยเหลือลูกเรือประมงไทยในอินโดนีเซียกลับประเทศแล้วทั้งหมด 1,392 คน โดยจะทยอยส่งกลับเพิ่มเป็นระยะๆ
ด้านนายอำนวย ประดิษฐ์ศิลป์ อายุ 36 ปี มีภูมิลำเนาเดิม จ.อุบลราชธานี หนึ่งในกลุ่ม 19 ลูกเรือไทยที่เดินทางกลับประเทศไทย ได้เปิดเผยว่า ตนเป็นลูกเรือประมงร่วมมาในเรือภิญโญสินธุ์ 25 เดินทางออกมาจากท่าเรือ จ.สมุทรปราการ ใช้เส้นทางออกทะเลอ่าวไทย ผ่านมาเลเซีย และสิงคโปร์ เข้ามายังน่านน้ำทะเลอินโดนีเซีย เมื่อถึงบริเวณดังกล่าว ปรากฏว่ามีเรือของทหารเรืออินโดนีเซียเข้ามาจอดเทียบ พร้อมกับเข้าตรวจค้นและขอเอกสารใบอนุญาตทำประมง ซึ่งใบอนุญาตทำประมงของเรือที่ร่วมมานั้น ตนทราบเพียงว่า ใบอนุญาตทำประมงขาดอายุ และอยู่ระหว่างที่เถ้าแก่หรือเจ้าของเรือกำลังดำเนินการทำเรื่องต่ออายุใบอนุญาตทำประมงกับทางอินโดนีเซียอยู่
ภายหลังที่พวกตนถูกจับ และเรือถูกยึด เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียได้สอบปากคำ เพื่อคัดแยกตนพร้อมกับเพื่อนลูกเรือลำเดียวกันนี้ออกจากไต๋กงเรือ จากนั้นนำมาควบคุมตัวยังสถานพักพิงชั่วคราวเป็นเวลา 4 เดือน ยอมรับว่า เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก รู้สึกเข็ดจนตาย และรู้สึกไม่ไว้วางใจกับการออกเรือไปโดยที่ใบอนุญาตทำประมงไม่พร้อม แม้ว่าเจ้าของเรือจะเป็นผู้ยืนยันจะไม่เป็นปัญหา สุดท้ายก็มีปัญหาจนได้ อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ถูกทางการอินโดนีเซียควบคุมตัว ก็ได้รับการติดต่อจากเถ้าแก่มาบ้าง โดยได้ส่งล่ามภาษา และส่งเงินช่วยเหลือตกเฉลี่ยเดือนละ 3 แสนรูเปียร์หรือเงินไทย 1,500 บาท นอกจากนี้มีสถานทูตได้โทรศัพท์สอบถามและแจ้งความคืบหน้าการช่วยเหลือเป็นระยะๆ นำมาสู่การส่งตัวกลับไทยในวันนี้





