วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.รับทราบร่างรธน.มี 285 มาตรา

ครม.รับทราบร่างรธน.มี 285 มาตรา ขณะที่สลค.แจงการปฏิบัติตัวและขั้นตอนยื่นบัญชีทรัพย์สินให้ครม.ใหม่ทราบ

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(สลน.) โดยพลเอกวิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้นำเสนอวาระเพื่อทราบจร ในเรื่อง “ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับเสนอสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เพื่อลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญนี้ทั้งฉบับ” ในรูปของเอกสารสรุป เพื่อให้ครม.ได้รับทราบร่างรัฐธรรมนูญฯที่กำลังจะมีการโหวตรับหรือไม่รับของสปช.ในวันที่ 6 กันยายนนี้ ซึ่งมีทั้งหมด 285 มาตรา ส่วนสาเหตุที่มีการบรรจุเป็นวาระเพื่อทราบจรเพื่อแจ้งให้ครม.รับทราบนั้น เนื่องจากก่อนหน้านี่ในการประชุมครม.เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ปรารภสั่งการในที่ประชุมให้นำความคืบหน้าการร่างรัฐธรรมนูญฯมาแจ้งครม.ให้ทราบทุกสัปดาห์ด้วย จึงมีการนำมารายงานความคืบหน้าให้ทราบดังกล่าว 

นอกจากนี้ที่ประชุมครม.ยังรับทราบ แนวทางปฏิบัติต่างๆเกี่ยวกับครม. ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(ครม.)นำมาเสนอ ซึ่งเป็นข้อปฏิบัติตัวของครม.ในการเข้ามาดำรงตำแหน่งว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรให้กับครม.หน้าใหม่ที่เพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯได้รับทราบเพื่อปฏิบัติ อาทิ ในเรื่องของการยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของครม.ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ที่สำนักเลขาครม.ระบุว่า รัฐมนตรีใหม่ ให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯครั้งเดียวภายใน30วัน นับตั้งแต่วันที่เข้ารับตำแหน่ง โดยยึดถือวันที่เข้าถวายสัตย์ฯ คือ วันที่ 23 สิงหาคม 2558 เป็นวันแรก ไปจนถึงวันที่ 21 กันยายน 2558 ที่จะต้องยื่น ส่วนรัฐมนตรีที่ปรับเปลี่ยนตำแหน่ง ให้ยื่นบัญชีรวม 3 ครั้ง คือ 1.ยื่นภายใน 30วัน นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งเดิม นับตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2558 ถึงวันที่ 17 กันยายน 2558 2.ยื่นภายใน 30วัน นับแต่วันที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยนับตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2558 ถึงวันที่ 21 กันยายน 2558 และ3.ภายใน30วัน นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งเดิมมาแล้วครบ1ปี โดยนับตั้งแต่วันที่ 19สิงหาคม 2558 ถึงวันที่ 17 กันยายน 2559 

โดยเอกสารที่ครม.จะต้องยื่นต่อป.ป.ช.ประกอบด้วย 1.บัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินที่มีอยู่จริงในวันที่เข้ารับตำแหน่งหรือวันพ้นจากตำแหน่งแล้วแต่กรณี ทั้งของตนเอง คู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทรัพย์สินที่มอบหมายให้อยู่ในความครอบครองหรือดูแลของบุคคลอื่นไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม 2.สำเนาหลักฐานที่พิสูจน์ความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สินในข้อ1 3.สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีภาษีที่ผ่านมา 

นอกจากนี้สำนักเลขาครม.ยัง แจ้งในเรื่องของการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองและกรรมการของผู้ช่วยรัฐมนตรี ซึ่ง รองนายกรัฐมนตรี สามารถแต่งตั้งที่ปรึกษาได้ 1 คน รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองได้ 1 คน ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ 1 คน และกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีได้ 1 คน ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ตั้งที่ปรึกษาได้1คน เลขานุการ1คน ส่วนรัฐมนตรีช่วยว่าการ ตั้งที่ปรึกษาได้1คน และผู้ช่วยเลขานุการได้ 1 คน 

รวมทั้งสลค.ชี้แจงเรื่องของหลักการเสนอเรื่องต่อครม. ทั้งเรื่องของการนำเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมครม. หลักการในการเสนอขออนุมัติงบกลาง รายการสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

ด้านพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการชี้แจงแนวทางการปฏิบัติของครม.นั้นไม่มีรัฐมนตรีคนไหนสอบถามข้อสงสัย เพราะเชื่อว่าหากมีข้อสงสัยจะสามารถสอบถามภายหลังจากสำนักเลขาครม.ได้โดยตรง ส่วนเรื่องร่างรัฐธรรมนูญที่มีการส่งร่างฯให้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติลงคะแนนโหวตรับหรือไม่รับร่างฯในวันที่ 6 กันยายนนั้น ทราบมาว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะสรุปเนื้อหาของร่างฯทั้งหมดให้ครม.รับทราบและสามารถสอบถามข้อสงสัยได้ในการประชุมครม.ครั้งหน้าในวันที่ 2 กันยายน อย่างไรก็ตามนายวิษณุจะออกรายการ “เปิดใจไทยคู่ฟ้า” ซึ่งออกอากาศในวันพฤหัส เวลา 21.30 -22.00 ทางช่อง 11 โดยจะบอกรายละเอียดว่า การปฏิรูปในระยะที่ 1 มีอะไรที่เสร็จสิ้นไปแล้วบ้าง ใครเป็นคนทำและมีตารางเวลาอย่างไร อีกทั้งยังได้นำเสนอการปฏิรูปในขั้นที่ 2 และ 3 ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป 

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่า ในการประชุมครม.เมื่อวันที่ 25ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งการให้ ครม. ติดตามเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปและการร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) แม้ว่าไม่ได้เป็นเรื่องโดยตรงกับครม. แต่ก็จำเป็นต้องรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผลกระทบที่จะตามมาภายหลัง