วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ยกร่างแจงม.280ไม่ได้เปิดช่องรัฐประหาร

กมธ.ยกร่าง ชี้ม.280ไม่ได้เปิดช่องรัฐประหาร ย้ำเป็นอำนาจพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางการเมือง

จากกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึง บทเฉพาะกาล ม.280 ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ ที่ให้อำนาจพิเศษกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ (คปป.) เพื่อเข้ามาจัดการปัญหาความรุนแรงทางการเมืองในประเทศ ว่าเหมือนเป็นการเปิดช่องทางให้ทำรัฐประหารล่วงหน้า

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกกรรมธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) กล่าวว่า ม.280 ไม่ได้เป็นเรื่องการทำรัฐประหาร เพราะไม่ได้ยึดอำนาจของรัฐ แต่เป็นเรื่องของอำนาจพิเศษ ซึ่งการจะใช้ได้นั้นก็ต้องเข้าเงื่อนไข 5 ประการ คือ 1.เกิดความรุนแรงและความขัดแย้งทางการเมือง 2.รัฐบาลและองค์กรตามรัฐธรรมนูญไม่สามารถใช้วิธีการปกติเพื่อแก้ไขปัญหาได้ 3.ได้รับความเห็นชอบจาก คปป.ด้วยเสียง 2 ใน 3  4. ต้องได้มีการปรึกษากับประธานศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองก่อน และ 5. การดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามมาตรานี้ จะต้องมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สถานการณ์บ้านเมืองกลับสู่ความสงบโดยเร็ว

"ในเงื่อนไข 5 ประการที่กล่าวมานั้น เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ดังนั้นมาตรานี้จึงบัญญัติขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือจัดการปัญหา ในกรณีประเทศไทยมีสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤติ ไม่ใช่เป็นเรื่องของการรัฐประหารแต่อย่างใด และอำนาจในมาตรานี้มีเพื่อทำให้ประเทศกลับเข้าสู่ความสงบ ไม่ได้มีอำนาจไร้กำหนดขอบเขตแต่อย่างใด" นายคำนูณ กล่าว  

ด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า เรื่องนี้หลายฝ่ายก็ว่ากันไป แต่จริงๆแล้วมาตรานี้ได้กำหนดเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาทางการเมืองซ้ำ ซึ่งเคยเกิดขึ้นกับรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 และ 50 ที่ไม่อาจแก้ไขปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองได้ ซึ่งถ้าหากทุกคนอยู่ในกฏกติกาของรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วๆมา ก็คงไม่ต้องมีการบัญญัติมาตรานี้เพิ่ม แต่จากที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองสู้กันโดยไม่คำนึงถึงกติกาที่บัญญัติไว้ ทำให้รัฐบาลไม่สามารถบริหารงานราชการแผ่นดินได้ตามปกติ และเป็นผลทำให้เกิดการรัฐประหารตามมา

"เราจึงต้องเขียนกฎหมายเพื่อกำหนดมาตรการ ให้คณะบุคคลคณะหนึ่ง ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วย มาทำหน้าที่ระงับยับยั้งความรุนแรงและความขัดแย้งในกรณีที่รัฐบาล หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญไม่สามารถดำเนินการระงับเหตุด้วยวิธีปกติ เพื่อนำประเทศกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และเมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจแล้ว ทุกอย่างก็จะกลับเป็นเหมือนเดิม ดังนั้นมาตรานี้ไม่ใช่การทำรัฐประหาร หรือปฏิวัติแต่อย่างใด แต่เป็นการป้องกันมากกว่า และสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่เกิดขึ้นง่ายๆ หากนักการเมืองไม่ดึงประชาชนเข้ามาต่อสู้ร่วมกัน ซึ่งมาตราดังกล่าวไม่จำเป็นต้องใช้ หากนักการเมืองรู้จักแพ้ รู้จักชนะในกติกาปกติ" พล.อ.เลิศรัตน์ ระบุ 

ด้านนายเจษฎ์ โทนะวณิก กมธ.ยกร่างฯ ระบุว่า มาตราดังกล่าวไม่ได้มีส่วนเข้าไปยุ่งเกี่ยวในการบริหารงานราชการแแผ่นดินของรัฐบาล แต่มีเพื่อระงับเหตุการณ์ความวุ่นวายและนำพาสังคมให้กลับสู่ความสงบโดยเร็ว ทั้งนี้ในส่วนของความรุนแรงนั้นไม่ได้มีการบัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งถ้าเราบัญญัติลงไปเช่นว่ามีการโยนระเบิด 1 ลูก แล้วจะกลายเป็นสถานการณ์ความรุนแรง ฉะนั้นเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ก็จะกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ คปป. ใช้อำนาจพิเศษ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ดีหากมองในแง่บวกของการใช้อำนาจพิเศษนี้ในกรณีที่เกิดความรุนแรงทางการเมืองขึ้น การรัฐประหารก็จะไม่มีความจำเป็น เพราะ คปป. สามารถอาศัยอำนาจพิเศษนี้ดำเนินการเพื่อให้บ้านเมืองสงบได้ โดยไม่ต้องเข้าไปก้าวก่ายการบริหารราชการแผ่นดิน หรือยุ่งเกี่ยวกับรัฐสภาเลย