“สรรเสริญ” เผยแถลงผลงานรบ.รอบ1ปี พ.ย.นี้ ระบุดีใจโพลล์พอใจครม.ใหม่ ชี้ "ประยุทธ์" ไม่หนักใจกรณี"ม.ร.ว.ปรีดิยาธร" ระบุเป็นผู้ใหญ่แล้วทั้งคู่
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การแถลงผลงาน 1 ปีของรัฐบาลคาดว่าจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้หารือกับคณะทำงานทีมโฆษกรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงจะนำเรื่องเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อีกครั้ง โดยคาดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเห็นชอบตามที่เสนอ เหตุที่ต้องแถลงผลงานในเดือนพฤศจิกายนก็เพราะว่า ต้องให้เวลากับรองนายกฯและรัฐมนตรีใหม่ในแต่ละกระทรวงได้มีเวลาศึกษารายละเอียดงานแต่ละด้านก่อน โดยต้องศึกษาไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เป็นผลงาน รวมทั้งแผนงานในระยะ 3 เดือน 6 เดือนที่จะถึง
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวถึง ครม.ชุดใหม่ว่า การปรับ ครม.นั้น ไม่ได้หมายความว่า ครม.ชุดเก่าแก้ไขปัญหาไม่ได้ผล แต่ละส่วนมีความเหมาะสมในสถานการณ์แต่ละช่วงไม่เหมือนกัน ดังนั้นเมื่อสถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป จึงต้องปรับเพื่อให้มีความสอดรับกับสถานการณ์ เมื่อปรับแล้ว อดีตรัฐมนตรีคนใดจะตอบรับเป็นที่ปรึกษาหรือไม่นั้น ตรงนี้ไม่เป็นปัญหาเพราะเชื่อว่าทุกคนต่างมีความประสงค์ดีต่อบ้านเมือง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้เชิญทุกคนที่ถูกปรับออกเข้ามาเป็นที่ปรึกษา ส่วนจะเป็นที่ปรึกษาของนายกฯหรือแต่ละกระทรวงก็จะมีการพิจาณาตามความเหมาะสม ยืนยันว่าปรับ ครม.ครั้งนี้ไม่มีปัญหาเกิดขึ้น
“และพล.อ.ประยุทธ์ อยากขอร้องไปยังสื่อมวลชน ให้เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของทุกคนที่ถูกปรับเปลี่ยนตำแหน่ง จึงขอให้สื่อสัมภาษณ์ด้วยการใช้ดุลพินิจที่เหมาะสม อย่าทำให้ผู้ที่ถูกปรับเปลี่ยนตำแหน่งเกิดความรู้สึกน้อยใจและเสียใจ เนื่องจากแต่ละคนล้วนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในตำแหน่ง” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
โฆษกฯ กล่าวอีก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้รู้สึกหนักใจกับกรณีที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ออกมาระบุว่าไม่นั่งในตำแหน่งที่ปรึกษาเนื่องจากเหมือนการแบ่งแยกแล้วปกครอง เพราะต่างฝ่ายต่างเป็นผู้ใหญ่ด้วยกันทั้งนั้น และในฐานะโฆษกรัฐบาลได้มีโอกาสพบและพูดคุยกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร อยู่บ่อยครั้ง จึงเชื่อว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร จะสามารถปรับเปลี่ยนสถานการณ์และปรับสภาพให้เข้ากันได้ ทั้งนี้นายกฯน้อมรับทุกแนวความคิด ทุกเสียงที่วิพากษ์วิจารณ์ ไม่ว่าจะพึงพอใจหรือไม่ก็ตาม ยืนยันว่าที่นายกฯตัดสินใจปรับ ครม.ไม่ได้หมายความว่า ใครเก่งกว่าใคร เพียงแต่สถานการณ์แต่ละช่วงเวลานั้นไม่เหมือนกัน ครม.ชุดเก่า ได้ช่วยกันวางพื้นฐานการปฏิรูปมาครบระยะเวลา 1 ปี สถานการณ์ต่างๆข้อมูลต่างๆ มีความเปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้สอดรับกัน
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า รู้สึกดีที่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน(โพล)บอกว่า ประชาชนพอใจกับ ครม.ชุดใหม่ เมื่อทำให้ประชาชนเกิดความสบายใจ ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นปัจจัยเกื้อหนุนกัน อย่างน้อยก็น่าจะส่งผลทางจิตวิทยา ทำให้บรรยากาศต่างๆดีขึ้น ส่วนที่มีคนตั้งคำถามว่ามีทหารใน ครม.ชุดใหม่นี้จำนวนมาก แต่เสียงสะท้อนจากผลโพลก็เป็นคำตอบที่หนึ่ง ส่วนคำตอบที่สอง ไม่ว่าจะเป็น ทหาร พลเรือน ตนว่าเป็นปัจจัยในลำดับความเร่งด่วนหลังๆ แต่ที่สำคัญที่สุดคือการใช้คนให้ตรงกับงาน จะเป็นทหารหรือพลเรือน แต่ต้องใช้คนตรงกับงาน อย่างเรื่องเศรษฐกิจเราอาศัยผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วย อะไรที่เป็นเรื่องที่เด็ดขาดในการตกลงใจก็ให้ผู้ที่มีความเหมาะสมทำ





