“กมธ.ร่างรธน.” แจง กก.ยุทธศาตร์ฯ ใช้อำนาจพิเศษปลดนายกฯ ไม่ง่าย เหตุมี3เงื่อนไข และขั้นตอนต้องพิจารณา
นายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวยืนยันในหน้าที่พิเศษของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ในร่างรัฐธรรมนูญ ต่อประเด็นของการปลดนายกรัฐมนตรี กรณีที่เกิดภาวะรัฐล้มเหลวเหมือนเหตุการณ์ที่ผ่านมา ว่า ค่อนข้างเป็นไปได้ยาก เพราะนายกฯ คือผู้ที่มาจากการเลือกโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน อีกทั้งตำแหน่งนายกฯ ถือเป็นตำแหน่งที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง แต่ยอมรับว่าในที่ประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ช่วงที่พิจารณาเรื่องดังกล่าวมีผู้ที่ยกประเด็นซักถามว่าการเสนอให้ปลดนายกฯ ทำได้หรือไม่ ซึ่งที่ประชุมได้อภิปรายว่าขั้นตอนการเสนอนั้นสามารถทำได้ แม้แต่ประชาชนเสนอก็สามารถทำได้ แต่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้หรือไม่ต้องพิจารณาบนเงื่อนไข ได้แก่
1.ความจำเป็นเรื่องรักษาความเป็นเอกราชของชาติ บูรณภาพแห่งดินแดน, 2.ป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ และ 3.เกิดความขัดแย้งอันอาจนำไปสู่ความรุนแรงขึ้นในประเทศ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร ซึ่งการดำเนินการปกติขอสถาบันทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญและคณะรัฐมนตรีไม่อาจดำเนินการเพื่อยุติได้ และต้องมีขั้นตอนคือ 1.เมื่อพิจารณาเข้าเงื่อนไข ต้องปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญและประธานศาลปกครองสูงสุด2.การลงมติเห็นชอบกับการดำเนินการโดยต้องมีการลงมติจากคณะกรรมการฯ ซึ่งต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยก่า 2 ใน 3 ของกรรมการที่มีอยู่ด้วย ทั้งนี้ยังมีมาตรการควบคุมการใช้อำนาจพิเศษ โดยรัฐสภา เพราะกำหนดให้เมื่อมีการใช้อำนาจพิเศษ จะถือเป็นการเปิดสมัยประชุมรัฐสภา และส.ส.หรือส.ว.สามารถตรวจสอบการทำหน้าที่ได้ รวมถึงให้สิทธิในการยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ด้วย
นายมานิจ กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการยุทธศาตร์ฯ ตามร่างรัฐธรรมนูญได้กำหนดอาจหน้าที่หลักที่สำคัญ คือการขับเคลื่อนการปฏิรูป ด้วยการเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปฏิรูป นำข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องบูรณาการให้สามารถพัฒนาประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน, ดำเนินการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ระหว่างคู่ขัดแย้ง, ตรวจสอบและไต่สวนการไม่ปฏิบัติตามแผนหรือขั้นตอนที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ และเสนอเรื่องความพร้อมเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยการไม่ปฏิบัติตามแผนหรือขั้นตอนการปฏิรูป เป็นต้น





