"พล.อ.ประยุทธ์"ชี้ถึงเวลาแล้วที่คนไทยทั้งประเทศ ต้องร่วมมือสามัคคีให้ผ่านห้วงเวลาที่เลวร้าย ระบุต้องเอาความดีชนะความไม่ดีให้ได้ ระบุประเทศจะ
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่า พ่อแม่พี่น้องชาวไทย ถึงเวลาแล้วที่คนไทยทุกคนจะต้องร่วมมือ สามัคคีกัน เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เราได้ผ่านห้วงเวลาแห่งความเลวร้ายมาด้วยกัน เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม เป็นการกระทำของผู้ที่มีจิตใจโหดเหี้ยม ไร้คุณธรรมที่ต้องการสร้างความหวาดกลัว ทำลายความสงบสุขของพี่น้องประชาชนและภาพลักษณ์ของประเทศของเรา บ้านของเรา ตนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งอีกครั้งต่อครอบครัวของผู้สูญเสีย รัฐบาลยืนยันที่จะเร่งดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดและขบวนการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ในปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมาก ก็ขอให้ประชาชนคนไทยทุกคน ทุกภาคส่วน มีความเชื่อมั่นและตั้งอยู่ในความมีสติ ช่วงนี้หลายๆ ท่านคงได้เห็นข้อความต่างๆ ที่แสดงความเป็นห่วง เป็นกำลังใจหรือแสดงพลังของคนไทย รวมถึงข้อความแคมเปญของรัฐบาล “OUR HOME OUR COUNTRY STRONGER TOGETHER” หรือ “เราจะเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน เพราะที่นี่ คือ ประเทศของเรา บ้านของเรา” ในสื่อต่างๆ ทุกข้อความมีวัตถุประสงค์ที่ดี ใครอยากใช้อันไหนก็ใช้ ไม่อยากให้ยกมาเป็นประเด็นให้ทะเลาะขัดแย้งกันอีก เพราะจากนี้ต่อไปเราต้องสามัคคีกัน จับมือกันเพื่อก้าวเดินไปข้างหน้า ความสามัคคีของคนไทยจะทำให้ประเทศของเราแข็งแกร่ง บ้านของเราแข็งแรง สามารถเติบโตและผ่านพ้นวิกฤตการต่างๆ ได้ ใช้ได้ตลอด ไม่ใช่แค่ในช่วงนี้ ต่อไปเราทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันมากกว่าเดิม ช่วยเหลือกันในทุกๆ เรื่อง สามัคคีกันไว้ เราต้องสร้างประเทศด้วยมือของเราเอง ตนเชื่อว่าประเทศไทยมีคนดี คนมีน้ำใจ มีคุณธรรม มากกว่าคนไม่ดี เราต้องช่วยกัน เอาความดีชนะความไม่ดีให้ได้
พล.อ..ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนอยากขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกท่าน ให้ใช้วิจารณญาณในการส่งต่อข่าวสารข้อมูล รูปภาพ ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพความเสียหายในสถานที่เกิดเหตุ รวมทั้ง ภาพผู้ได้รับบาดเจ็บ สูญเสีย เพราะนอกจากจะเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานแล้ว ยังเป็นการไม่ให้เกียรติ หรือซ้ำเติมกับบุคคลเหล่านั้น รวมทั้งเป็นขยายความรุนแรงขึ้นไปอีกอีกประการหนึ่ง คือไม่ว่าจะเกิดเหตุรุนแรงใดๆ เจ้าหน้าที่นะครับ ก็จำเป็นจะต้องเข้ามาบริหารจัดการพื้นที่ให้ได้ กันประชาชน สื่อ ออกจากพื้นที่เกิดเหตุไปยังพื้นที่ปลอดภัย เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้สามารถปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องความปลอดภัย การเก็บวัตถุหลักฐานเพื่อนำไปสู่การสืบสวนสอบสวนอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่พวกเราชาวไทยทุกคนสามารถและควรทำในตอนนี้ คือ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ สิ่งที่ดีงามของประเทศเรา เพื่อเป็นกำลังใจให้คนไทยกันเอง และสร้างความเข้าใจกับต่างประเทศ หยุด หรือเลิกเผยแพร่ข่าวที่ทำให้เกิดความสับสน ตื่นตระหนก และการสร้างความแตกแยกในจิตใจของคนไทยด้วยกัน หลายท่านคงทราบแล้วนะครับเรื่องที่สำนักข่าวเยอรมันแห่งหนึ่ง ได้เสนอข่าวเหตุระเบิดครั้งนี้ในเชิงสร้างสรรค์ ได้พูดถึง การแสดงถึง “ความมีน้ำใจของคนไทย” ว่าทันทีหลังเกิดการระเบิด ก็มีคนไทยแถวนั้น วิ่งไปช่วยคนเจ็บทันที ขณะเดียวกันก็มีคนไปบริจาคเลือดที่สภากาชาดไทยเป็นจำนวนมาก เมื่อมีการประกาศหาล่ามภาษาจีนสำหรับสื่อสารกับผู้ได้รับบาดเจ็บ ก็มี “จิตอาสา” มาช่วยเป็นจำนวนมาก ส่วน วิน มอเตอร์ไซค์แถวสี่แยกราชประสงค์เองก็เสนอรับส่งผู้โดยสารฟรี นับเป็นเสียงสะท้อนจากชาวต่างชาติที่น่าภูมิใจถึงน้ำใจของคนไทย ที่รักสามัคคี และมีน้ำใจพร้อมที่จะช่วยเหลือกัน
“ ยังมีอีกหลายๆ อย่างนะครับ ที่อาจจะพูดไม่หมดนะครับ มีมากมายที่พี่น้องทุกคนประชาชนทุกคนสามารถทำได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงพลังความสามัคคีของคนไทย ที่ต้องการเห็นความสงบสุข ความเจริญรุ่งเรืองกลับคืนมาสู่บ้านเกิดของเราครับ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติตัวต่อนักท่องเที่ยว ทำให้เขากลับไปบอกคนที่ประเทศเขาว่า “ประเทศไทยน่าไปเที่ยว คนไทยใจดี มีน้ำใจที่เอื้ออาทร” เหมือนกับที่นายโทนี่ แอ็บบอตต์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวในที่ประชุมรัฐสภาฯ เชิญชวนให้ชาวออสเตรเลียเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทยต่อไป อย่ายอมจำนนต่อผู้ใช้ความรุนแรง เนื่องจากพวกที่วางระเบิดตามเมืองต่างๆ ที่มีผู้คนจำนวนมาก ทำเพื่อสร้างความหวาดกลัว ทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตตามปกติได้ ดังนั้น ประชาชนไม่ควรตกใจ กลัวจนเกินไป หรือยอมถูกข่มขู่ด้วยการกระทำเช่นนั้น เราสามารถจะดำเนินชีวิตตามปกติ โดยเพิ่มความระมัดระวัง มีความช่างสังเกตมากขึ้น ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการแจ้งสิ่งที่ผิดปกติต้องสงสัยนะครับ เพราะงั้นเราก็จะเป็นโอกาสดีนะครับที่เราจะพยายามเลิกเป็น “สังคมก้มหน้า” ช่วยกันเป็นหูเป็นตาดีกว่า เฝ้าระวังภัยให้สังคม ไม่ใช่ก้มมองมือถือตลอดเวลา เห็นอะไรผิดปกติ สิ่งของไม่มีเจ้าของวางทิ้งไว้ หรือคนที่ดูมีพิรุจโดยเฉพาะในพื้นที่ผู้คนพลุกพล่าน ก็ขอรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีนะครับ อย่าเข้าไปตรวจสอบเอง ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับการช่วยเหลือเยียวยา และการจ่ายเงินช่วยเหลือ สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตชาวไทย กรุงเทพมหานครจะเป็นหน่วยงานที่รับแจ้งคำร้อง โดยจะประสานกับกระทรวงยุติธรรม เพื่อช่วยเหลือเหยื่อชาวไทยตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วน 1111 สำหรับชาวต่างชาติ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะให้การดูแลด้วยเงินจาก “กองทุนประกันภัยนักท่องเที่ยว” ที่รัฐบาล หรือ คสช. จัดตั้งขึ้นมา 200 ล้านบาทนะครับ ทั้งนี้โดยกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นผู้ติดต่อไปยังสถานทูตต่างๆ หรือสามารถมาติดต่อโดยตรงสอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วน 1155
ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ โดยพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ ค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้บาดเจ็บ ในส่วนที่ไม่สามารถเบิกตามสิทธิ์ได้และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรี เชิญดอกไม้พระราชทานไปมอบให้แก่ผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย สำหรับผู้เสียชีวิตชาวไทย ได้ทรงพระราชทานค่าใช้จ่ายในการประกอบพิธีศพ รายละ 90,000 บาท สำหรับชาวต่างประเทศที่บาดเจ็บและเสียชีวิตนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เอกอัครราชทูตนำพระราชสารแสดงความเสียใจ และดอกไม้ส่วนพระองค์ไปมอบให้
นายกฯ กล่าวท้ายสุดว่า ตนและรัฐบาล ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจ ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร อาสาสมัคร แพทย์ พยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มแพทย์อาสาตามโรงพยาบาลต่างๆ ที่เสียสละมาช่วยดูแล รักษาผู้บาดเจ็บ ตลอดทั้งคืนที่เกิดเหตุ และที่สำคัญขอบคุณประชาชนทุกคน ที่ได้แสดงออกถึงความรักสามัคคี ความเอี้อเฟื้อเผื่อแผ่ ในยามที่พี่น้องร่วมชาติ และมิตรจากต่างประเทศต้องการความช่วยเหลือ และต้องขอขอบคุณในการแสดงความเสียใจจากผู้นำประเทศหลายประเทศที่มีต่อรัฐบาล ต่อประชาชนคนไทย และประเทศไทยด้วย ด้วยความรู้สึกที่ รู้รัก สามัคคีนี้ รัฐบาลและ คสช. มั่นใจว่าเราจะสามารถผ่านช่วงเวลาแห่งฝันร้ายนี้ไปด้วยกัน เราจะเดินหน้าต่อไป ไม่ยอมสะดุด หรือหยุดรออีกต่อไป เพราะประเทศไทยเรานั้นเสียเวลาเสียโอกาสมามากแล้ว ต้องขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนงในการทำหน้าที่ “คนไทยรักชาติ” ไม่ยอมให้ใครมาทำลาย ทำร้ายแผ่นดินเกิดของเรา ร่วมกันต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ด้วยการแสดงความเข้มแข็ง ด้วยพลังสามัคคี ช่วยประชาสัมพันธ์แคมเปญ “Our Home Our Country Stronger Together” การส่งต่อสัญลักษณ์ดังกล่าวถือเป็นการแสดงออกถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และเป็นการหยิบยื่นน้ำใจ การเติมกำลังใจให้ซึ่งกันและกัน





