วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ณรงค์'เชื่อมือ'ดาว์พงษ์'คุมศธ.

“ณรงค์” เชื่อมือ “ดาว์พงษ์” คุมศธ. ชี้เป็นคนเด็ดขาด ย้ำไม่ห่วงหรือกังวลเรื่องงาน

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรี ว่า ช่วงเวลา1ปีที่ผ่านมาในฐานะ รมว.ศึกษาธิการ ได้ทำไปหลายเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องภาพลบของ ศธ.ที่เกิดขึ้นในองค์กรต่าง ๆ ทั้งใน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)องค์การค้า ของสกสค. และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ซึ่งตนไม่รู้สึกห่วงหรือกังวลอะไร เมื่อมีผู้บริหารชุดใหม่เข้ามาดำเนินการต่อและยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลอีก ทั้งสำนักงานการตรวจแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นต้นและยังมีผู้บริหารองค์กรหลักศธ. ดำเนินการอยู่แล้ว

 ส่วนการทำงานอื่นๆ นั้นที่ผ่านมา ตนและรมช.ศึกษาธิการทั้ง2คน พยายามแก้ไขปัญหาจุดอ่อน ของการจัดการศึกษา ทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอาชีวศึกษา และอุดมศึกษา ดำเนินการแก้ไขปัญหาความเหลื่อล้ำ ขาดแคลนครูโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ส่วนปัญหาครูและบุคลากรทางการศึกษาตนก็ได้เข้าไปดู สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ซึ่งมีหลายเรื่องที่ได้แก้ไขไปแล้ว อาทิปรับการประเมินวิทยฐานะที่ให้ยึดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กมากขึ้น ที่เหลือก็รอแต่การดำเนินการที่จะเกิดขึ้นในปี2559ทั้งหมดนี้อะไรที่กระทบกับเด็กก็พยายามแก้ไข เดินหน้าการปฏิรูปการศึกษา ให้ลงสู่ห้องเรียน ซึ่งก็ทำได้ระดับหนึ่ง เรื่องนี้ต้องใช้เวลา เพราะครูมีมาก4-5แสนคน

พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า เรื่องที่ตนอยากดำเนินการให้แล้วเสร็จแต่ยังไม่ลุล่วง คือ โครงการคุรุทายาท และโครงการช่างเทคนิคและบัณฑิตนักปฏิบัติ ซึ่งเป็นโครงการที่จะมาผลิตครูใหม่ที่มีคุณภาพ ได้เสนอเรื่องให้ รศ.ดร.ยงยุทธยุทธวงศ์ อดีตรองนายก พิจารณาคิดว่าจะเข้า ครม.เร็ว ๆ นี้ขึ้นอยู่กับครม.พิจารณา เพราะเป็นโครงการระยะยาว15ปี ใช้งบประมาณค่อนข้างมาก แต่รัฐบาลนี้ใช้งบประมาณไปกับเรื่องอื่น ๆ หลายแสนล้าน แต่ยังไม่ได้ใช้งบเพื่อโครงสร้างบุคลากรมากนัก ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลทุ่มเทงบประมาณในการผลิตบุคลากรทางการศึกษาเพื่อไป เป็นครู อาจารย์ที่ดี เป็นสิ่งที่ผมคาดหวังว่าอยากจะทำต่อ เชื่อว่าผู้บริหารชุดใหม่จะคล้อยตามด้วย และเชื่อมั่น ในความสามารถ โดยเฉพาะ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ คนใหม่ ว่าเป็นคนเก่งมีความเฉียบขาดหรืออาจจะตัดสินใจอะไรได้ดีกว่าตน ซึ่งตนอาจจะเป็นครูใหญ่ใจดี ส่วนพล.อ.ดาว์พงษ์ เข้ามาอาจจะถือไม้เรียวมาด้วย ในเรื่องการดูแลอาจจะเข้มงวดกว่าผม ซึ่งอาจจะทำให้เด็กหรือแม้กระทั่งข้าราชการในศธ.ได้ตื่นตัวมากขึ้น

“ส่วนตัวเห็นว่า1ปีของการทำงานยังน้อยไป โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ที่ต้องใช้เวลา แต่ยังดีที่มีผู้บริหารศธ.ให้ข้อคิด เห็นให้ข้อมูล ทำให้ตัดสินใจได้พอสมควร แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรที่ผ่านมาเราเปลี่ยนรัฐมนตรีกันบ่อยแต่ก็ไม่น้อยใจเพราะเป็นเรื่องปกติของ การเมือง ตอนนี้ต้องยอมรับว่าตัวเองเป็นข้าราชการการเมือง ก็ต้องยอมรับในความเปลี่ยนแปลง จะมาโดยเลือกตั้งหรือแต่งตั้งก็ตามขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกฯ ซึ่งอาจจะมองว่าหากปรับเปลี่ยนแล้ว อาจจะทำให้งานในศธ.เร็วขึ้น ผู้บริหารชุดใหม่ อาจจะมีการตัดสินใจที่เร็วกว่าส่วนงานในฐานะรองนายกฯนั้นยังไม่ได้รับมอบหมาย”พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การปรับครั้งนี้มีการส่งสัญญาณล่วงหน้าหรือไม่ พล.ร.อ.ณรงค์กล่าวว่า ถ้าพูดตรง ๆ ก็ไม่มี นายกฯไม่ได้ถาม ไม่ได้บอกให้ไปดูแลงานอะไรในเรื่องไหน ตนรู้พร้อมกับคนอื่น ๆ ส่วนกรณีที่ปรับนายกฤษณพงศ์ กีรติกร ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. ด้วยนั้น ตนก็ไม่ทราบเหตุผลเช่นกัน แต่เมื่อมีกระแสปรับครม.เข้ามาทุกคนก็ทำใจ ซึ่งผลเองก็เช่นกัน ไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไรเพราะอยู่ตรงไหนก็ทำงานได้เหมือนกัน