วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิษณุ'ลั่นพร้อมไล่บี้คนทำรัฐเสีย'ค่าโง่คลองด่าน'

“วิษณุ” รองนายกฯ ลั่นพร้อมไล่บี้คนทำรัฐเสีย“ค่าโง่คลองด่าน”

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีชดใช้ค่าเสียหายโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ มูลค่ากว่า 9 พันล้านบาท ให้กับกลุ่มกิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด จากกรณีที่กรมควบคุมมลพิษสั่งยกเลิกสัญญาการก่อสร้าง ว่า ตนไม่ทราบว่าหากมีการจ่ายชดเชยค่าเสียหายแล้ว สิ่งก่อสร้างในโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านจะสามารถใช้งานอะไรต่อได้หรือไม่ ตนเพียงเข้าไปช่วยพิจารณาตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอให้นายกรัฐมนตรีให้ตั้งคณะทำงานมาพิจารณาเรื่องเจรจาต่อรองกับบริษัทเอกชนที่ชนะคดี ส่วนเรื่องที่จะนำบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านไปทำอะไรต่อไปนั้นขึ้นอยู่กับ ทส.

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไม่ผลักดันให้โครงการดังกล่าวเป็นบ่อบำบัดน้ำเสียต่อไปหรือ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าทำต่อได้ก็ดี แต่ตนไม่แน่ใจ เพราะว่าเมื่อ10กว่าปีที่แล้ว ครั้งยังเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตนเคยเข้ามาดูเรื่องนี้ตั้งแต่ยังไม่มีการฟ้องร้อง ก็ได้ข้อยุติในขณะนั้นว่า ไม่ควรจะใช้เป็นบ่อบำบัดน้ำเสีย อาจนำมาใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีมูลค่า หายาก เช่น เป๋าฮื้อ ตอนนั้นตนก็ยังหัวเราะแต่เมื่อฟังเหตุผลที่อธิบายก็เข้าใจ สุดท้ายก็พ้นจากหน้าที่ตรงนั้นไป ไม่ได้ติดตามต่อ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำอย่างไรให้การดำเนินโครงการของรัฐมีบทเรียน ไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำ นายวิษณุ กล่าวว่า เชื่อว่าขณะนี้จะมีความเข็ดหลาบหวาดกลัวพอสมควร เพราะกฎระเบียบสมัยก่อนมีความหละหลวมจริงๆ แต่ 4-5 ปีที่ผ่านมากฎระเบียบมีความเข้มงวดมากขึ้น ถูกตรวจสอบได้มากขึ้น สังคมก็จับตามองมากขึ้น จึงทำให้ผู้ที่ดำเนินโครงการต้องระมัดระวัง ยิ่งเวลานี้องค์กรตรวจสอบมีจำนวนมาก แต่ตอนนั้นไม่มีหรือมีก็น้อยมาก อย่างมากก็ฝากผีฝากไข้ไว้ที่ ป.ป.ช.แห่งเดียว อย่างไรก็ตาม ยังต้องอาศัยกระบวนการ ความซื่อสัตย์สุจริตของรัฐบาล หรือคนในรัฐบาลให้มีมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่จะช่วยได้ และกฎหมายก็มีส่วน ต้องกำหนดมาตรการทางกฎหมายโดยระบุขั้นตอนให้ละเอียดชัดเจน ที่ผ่านมา หลายอย่างที่ได้ตรวจสอบกฎหมายก็เขียนไว้ไม่ชัดเจน จึงมีการแปลความกันว่า โครงการที่ก่อให้เกิดความเสียหายในท้ายที่สุดสามารถทำได้ และวันหนึ่งมีการวินิจฉัยว่าทำไม่ได้ ก็เลยเป็นความผิด เวลามีการฟ้องร้อง รัฐก็แพ้คดี 

นายวิษณุ กล่าวว่า คดีที่รัฐบาลแพ้คดีส่วนใหญ่ มักจะแพ้คดีใน ชั้นอนุญาโตตุลาการ ไม่ได้แพ้ในชั้นศาล เพราะเมื่ออนุญาโตตุลาการตัดสินแล้วเกิดความไม่พอใจ ก็สามารถไปดำเนินการในชั้นศาลได้ เช่น คดีคลองด่าน อนุญาโตตุลาการตัดสินว่ารัฐแพ้ แต่รัฐไม่ยอม จึงมีการฟ้องร้องไปยังศาลปกครองชั้นต้น ก็ยังตัดสินว่ารัฐแพ้ จนไปถึงศาลปกครองสูงสุด ก็ตัดสินตามศาลปกครองชั้นต้นว่ารัฐแพ้ ซึ่งคำว่าแพ้ ไม่ได้แพ้ในความหมายที่ว่ารัฐทำผิดหรือไม่ เพราะในชั้นศาลปกครองไม่ได้มีการสืบพยานแม้แต่ปากเดียว เพียงแต่ดูว่าในชั้นอนุญาโตตุลาการมีการตัดสินโดยมีกระบวนการถูกต้องหรือมีอะไรน่าสงสัยหรือไม่ ถ้าศาลปกครองสูงสุดไม่พบก็ต้องตัดสินตามอนุญาโตตุลาการ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเจรจาต่อรองลดค่าเสียหายกับเอกชนนั้นทำได้มากน้อยเพียงใด นายวิษณุ กล่าวว่าตนอยากให้ ทส.ชี้แจงในเรื่องนี้มากกว่า แต่เบื้องต้นการเจรจากับเอกชนได้มีการลดค่าเสียหายที่ต้องชดใช้ได้จำนวนมาก รู้หรือไม่ วันนี้รัฐเสียดอกเบี้ยวันละประมาณ 2 ล้านบาททุกวัน ยิ่งดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายล่าช้า ก็ยิ่งจะเสียดอกเบี้ยมากขึ้น เพราะเป็นไปตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ที่ให้รัฐชดใช้ค่าเสียหายภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันที่คดีถึงที่สุด หากยังชำระไม่ได้ก็ต้องชำระดอกเบี้ยในส่วนนี้ทุกวัน ซึ่งเป็นมาตรฐานตามกฎหมาย แต่มีผลเจรจาส่วนหนึ่ง ถ้ารัฐดำเนินการตามที่เอกชนเรียกร้อง ซึ่งเอกชนก็ได้ลดค่าเสียหายให้ และหาก 2 ฝ่ายได้ข้อยุติในส่วนนี้ร่วมกัน รัฐก็ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ศาลตัดสินถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ข้อสรุปแล้วหรือไม่ว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบค่าเสียหายโครงการนี้ทั้งหมด นายวิษณุกล่าวว่า ตามคำพิพากษานั้นได้ข้อยุติตรงนั้นแล้ว จะเถียงก็ไม่ได้เพราะรัฐแพ้คดี ส่วนหลังจากนั้น รัฐบาลจะไปไล่บี้กับผู้ดำเนินโครงการจนทำให้เกิดความเสียหายแน่นอน ความรับผิดทางแพ่งต้องมี ไม่สำคัญว่าจะเป็นนักการเมืองหรือข้าราชการ อะไรก็ช่างยกเว้นคนที่เสียชีวิตไปแล้ว