“พล.ต.อ.จรัมพร” ตรวจหาชิ้นส่วนระเบิดท่าน้ำสาทร พบชิ้นส่วนเหล็กคล้ายท่อแป๊บ ความยาวประมาณ 7 นิ้วในบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้
จากกรณี คนร้ายได้โยนระเบิด ลงมาที่บริเวณด้านข้างท่าเรือสาทรใต้บีทีเอส. สถานีตากสิน โดยระเบิดได้ตกลงที่ บริเวณทางเดินข้ามคลองระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อช่วงบ่ายวันที่18 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
วานนี้(19ส.ค.) พ.ต.ท.อดิเรก พันธุ์ใย พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.ยานนาวา พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ทรัพย์ละออ ผกก.สน.ยานนาวา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ยานนาวา เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด(อีโอดี) เจ้าหน้าที่ทหาร ม.พัน 3 รอ. เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ พร้อมประสานนักประดาน้ำจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อมาตรวจหาวัตถุพยานชิ้นส่วนระเบิดรวมทั้งวงจรของระเบิดที่ตกอยู่ภายคลองระบายที่เป็นจุดเชื่อมต่อ กับแม่น้ำเจ้าพระยา จุดที่ระเบิดตกลงไป ทั้งนี้พบว่าระดับน้ำมีระดับที่สูงขึ้น กว่าเดิมเนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่น้ำขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดนี้หลังจากเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณจุดที่ระเบิดตก พบลูกปรายตกอยู่ตามจุดต่างๆ โดยรอบในรัศมี ประมาณ30เมตร ขณะที่วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ปูพรมหาพื้นที่เส้นทางของคนร้ายที่คาดว่าเป็นจุดที่คนร้ายทิ้งระเบิดลงมา
นายทวี เสวกตะมาลย์ อายุ 47 ปี ประกอบอาชีพ ขายทัวร์ให้กับนักท่องเที่ยว ที่ประจำอยู่บริเวณทางลงท่าเรือ ท่าน้ำสาทร เปิดเผยว่า ตนจะนั่งประจำอยู่บริเวณนี้ทุกวัน เพื่อรอรับแขกต่างชาติที่ต้องจะนั่งเรือหางยาวเที่ยวชมวัดต่างๆ ที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา และเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ประมาณ13.00 น. ขณะอยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งห่างจากที่ระเบิดตกประมาณ 10 เมตร ได้ยินเสียงระเบิดดังมาก และเห็นน้ำในคลองระบายน้ำพุ่งขึ้นสูง 10 เมตร กินวงกว้างไปทั่วบริเวณ โชดดีที่นักท่องเที่ยว และประชาชนที่เดินผ่านไปผ่านมาในช่วงเวลาเกิดเหตุน้อย เพราะหากเกิดในช่วงเวลาเช้า หรือเย็น ที่มีนักท่องเที่ยวและประชาชนที่ต้องอาศัยเรือด่วน อาจต้องเกิดความสูญเสียมากกว่านี้ เนื่องจากบริเวณท่าน้ำสาธร ถือเป็นท่าเรือที่รับนักท่องเทียว และประชาชนเป็นจำนวนมาก
ด้านนายประภัสสร กุหลาบ หัวหน้า ฝ่ายโยธาสำนักงานเขตสาทร เปิดเผยว่า วันนี้ได้เตรียมคนงาน พร้อมนำกระสอบทรายมาเพื่อปิดกั้นเส้นทางน้ำ ตั้งแต่บริเวณเสาตอหม้อที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีความกว้างประมาณ 5 เมตร จากนั้นจะใช้กระสอบทรายกั้นน้ำเป็นแนวอีกประมาณ 30 เมตร แล้วก็จะใช้เครื่องสูบน้ำรวม 5 ตัว เพื่อนำน้ำออก แต่ที่เป็นอุปสรรคขณะนี้ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ เนื่องจากระดับน้ำภายในคลองระบายน้ำ มีระดับสูงเท่ากับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งสูงประมาณ 1 เมตร ดังนั้น จึงต้องรอให้ระดับน้ำต่ำกว่าประมาณ 60 ซม. จึงจะเริ่มทำแนวกระสอบทรายและดูดน้ำออกได้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงไปเก็บชิ้นส่วนระเบิด
เจ้าหน้าที่ สน.ยานนาวา ได้จำลองเหตุการณ์ความน่าจะเป็นไปได้ของคนร้าย ที่ปาวัตถุระเบิดลงมาจากสะพานสาทร ลงสู่พื้นล่าง โดยเจ้าหน้าฝ่ายสืบสวน สน. ยานนาวา ได้โยนขวดน้ำลงไปทางด้านล่างทั้งฝั่งขาข้ามไปฝั่งธน และข้ามไปฝั่งพระนคร โดยสมมุติว่าคนร้ายใช้ จยย.เป็นยานพาหนะ โดยมีคนซ้อนท้ายเป็นคนโยน โดยใช้ความเร็วของ รถจยย. ประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พ.ต.ท.สัญชัย มาตรคำจันทร์ รองผกก.สส. สน.ยานนาวา เปิดเผยว่า ได้มีการทดสอบทั้งฝั่งขาเข้า และขาออก โดยใช้รถจักรยานยนต์ความเร็ว 60-80 กิโลเมตร ทดลองโยนขวดพลาสติกบรรจุน้ำแทนวัตถุระเบิด ระหว่างเสาไฟฟ้าต้นที่ 18-19 ตามที่ใช้เครื่องมือวัดวิถีระเบิดทดสอบไว้ โดยผลการทดสอบ พบว่า การโยนระเบิดจากสะพานตากสินฝั่งขาเข้า สามารถก่อเหตุได้ง่ายและใกล้เคียงกว่า
เจ้าหน้ากทม. ได้เริ่มนำกระสอบทราย กั้นเป็นแนวกั้นน้ำ ซึ่งเมื่อทำการกั้นแนวกระสอบทรายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะสูบน้ำจากด้านในออกสู่คลอง ขณะเดียวกันพล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบก.รน. ได้เดินทางมาตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมนำกำลังนักประดาน้ำของตำรวจน้ำ จำนวน 8 ราย เข้ามางมหาชิ้นส่วน เพื่อหาชิ้นส่วนของวัตถุระเบิดบางส่วนที่ตกลงไปในน้ำ
เจ้าหน้าตำรวจอีโอดี เริ่มลงหาชิ้นส่วนระเบิดที่คาดว่าจะหลงเหลืออยู่ หลังจากเริ่มสูบน้ำออกหมดแล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้ตะแกรงร่อนเศษดินออก และเครื่องตรวจโลหะ จำนวน 2 ตัว ลงไปบริเวณจุดที่ระเบิดตก รวมถึงใช้แม่เหล็กแรงสูง เพื่อหาวัตถุหรือโลหะ ที่อาจจะเป็นส่วนประกอบวัตถุระเบิด เบื้องต้นพบโลหะจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะต้องนำไปตรวจสอบอีกครั้งว่า เป็นชิ้นส่วนระเบิดหรือไม่ หลังจากเมื่อวานนี้ พบเศษสะเก็ดลูกปลายจำนวนมาก และวัสดุคล้ายตัวหน่วยเวลา โดยเจ้าหน้าที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา เนื่องจากเป็นช่วงที่น้ำทะเลจะหนุนอีกครั้ง
พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษาผบ.ตร. และพล.ต.ต.เชาวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบช.ก. ได้เดินทางมาติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด โดยมีการกันพื้นที่ ห้ามมิให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ โดยพล.ต.อ.จรัมพร เปิดเผยว่า จากการตรวจค้นพบชิ้นส่วนเหล็กคล้ายท่อแป๊บ ความยาวประมาณ 7 นิ้วในบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ท่อแป๊บดังกล่าวเกี่ยวข้องกับระเบิดหรือไม่ นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนเหล็ก พร้อมทั้งลูกปรายที่มีลักษณะคล้ายกับที่พบในพื้นที่ที่เกิดระเบิดเมื่อวานนี้ อย่างไรก็ตาม ต้องนำไปตรวจสอบอย่างละเอียด และคัดแยกอีกครั้งหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาชิ้นส่วน หรือหลักฐานให้มากที่สุด และสมบูรณ์ที่สุด เพื่อนำมาประกอบร่าง ว่าระเบิดที่ก่อเหตุเป็นชนิดใด และประกอบอย่างไร





