"ประยุทธิ์ู่"รับปรับ"ปรีดิยาธร-ยงยุทธ"นั่งที่ปรึกษา ขณะที่"ยงยุทธ์"บอกสบายใจไม่มีชื่อเป็นรัฐมนตรีอีก
พล..อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับคณะรัฐมนตรี ที่มีข่าวว่าจะปรับกว่า 20 ตำแหน่ง ว่า ก็มีเป็น 10 ตำแหน่ง มีทั้งปรับตำแหน่งเพื่อเอาคนใหม่เข้ามา และสลับหมุนเวียนกันด้วย
เมื่อถามถึงการปรับครม.เศรษฐกิจยกทีม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ทำไม ใครเป็นคนปรับ ก็บอกแล้วว่าถึงเวลาผมก็ปรับของผม ที่ปรับไม่ได้ถือว่าเขาบกพร่องอะไรเลย เพราะท่านเหล่านั้นได้เริ่มต้นไว้ให้เราแล้ว 1 ปีที่ผ่านมาเขาทำงานหนัก หลายคนก็สูงอายุแล้ว ก็อยากให้ได้พักผ่อนบ้างและมาช่วยเป็นที่ปรึกษาให้กับผม ทุกคนก็ตอบรับดี” เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่า ครม.เศรษฐกิจจะถูกปรับยกชุดใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ก็น่าจะหมด เป็นการหมุนเวียน”
เมื่อถามว่าการปรับทีมเศรษฐกิจจะทำให้การทำงานของรัฐบาลดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนเรียกร้องให้ปรับเปลี่ยน ก่อนหน้านี้ก็เคยบอกไปแล้วว่าการปรับเปลี่ยนเรื่องตัวบุคคลจะได้ผลหรือไม่ได้ผลยังไม่รู้เพราะเป็นเรื่องการทำงานข้างหน้าที่ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลเพียงอย่างเดียวแต่อยู่ที่สภาพแวดล้อม ปัจจัยภายในและภายนอกทำให้เศรษฐกิจเรามีปัญหาหมด
ต่อข้อถามว่าหากปรับ ครม.เศรษฐกิจ จะทำให้ทุกอย่างจะดีขึ้น นายกฯ กล่าวว่า คิดว่าอย่างนั้น ไม่อย่างนั้นจะปรับทำไม ยืนยันว่าคนเก่าเขาไม่ได้บกพร่อง
ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่มีข่าวว่าให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษาคสช.เข้ามาช่วยงานเป็นรองนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ท่านอยู่กับผมมาตั้งแต่ต้นในคณะที่ปรึกษาคสช.ก็ให้สลับกันให้ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯไปเป็นที่ปรึกษาก็ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งตนมอบหมายให้นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม.ไปพูดคุยแล้ว และทุกคนก็ยินดีที่จะมาเป็นที่ปรึกษา ที่ผ่านมาตนพูดและตัดสินใจเอง
เมื่อถามว่าในครม.ชุดใหม่ยังมีนายทหารเข้าร่วมอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนว่า “แล้วทำไม คุณรังเกียจทหารนักหรือ ในชุดใหม่ก็มีเพิ่มมานิดหน่อยในกระทรวงที่จำเป็นแต่ไม่มาก และเป็นคนที่เกษียณแล้ว ส่วนรองนายกฯ ที่ยังอยู่ มีฝ่ายมั่นคง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯด้านกฎหมาย ส่วนนายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกฯ ด้านสังคมให้มาเป็นที่ปรึกษาผม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ ด้านการต่างประเทศ ก็ยังเป็นรองนายกฯ อยู่ ส่วนงานในต่างประเทศก็อาจจะเปลี่ยนบ้างคือให้คนภายในกระทรวงขึ้นมา”
เมื่อถามถึงกระแสข่าวปรับให้พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ที่ปรึกษานายกฯและประธานคตร.มาเป็นรมว.พลังงาน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไปเอาข่าวมาจากไหน ไม่รู้ ลืมไปแล้ว ให้รอดูต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าคาดหวังกับครม.ที่จะเข้ามาทำงานอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ถ้าไม่คาดหวังแล้วจะตั้งขึ้นมาทำไม ทั้งหมดขึ้นอยู่กับตนเพราะเป็นคนขับเคลื่อนงานอยู่แล้ว ทั้งนี้การทำงานในระยะที่ 1 มีปัญหาเยอะ ท่านที่ทำงานมาก่อนเขาแก้ปัญหาให้ในการเดินหน้าประเทศในระดับมหพภาคเขาทำแล้ว ส่วนการลงรายละเอียดในระยะสองที่จะต้องเหน็ดเหนื่อยและเร่งรีบตามเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดประมาณปีกว่าก็ต้องว่าไปตามนั้น ซึ่งครม.ชุดใหม่ที่จะเข้ามาต้องทำงานหนักกว่าชุดแรกด้วยซ้ำ
เพราะจะให้ทำเรื่องของการปฏิรูปด้วย เพราะจะต้องนำข้อมูลการปฏิรูปจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นำมาพิจารณากลั่นกรองว่าเรื่องใดควรทำต่อเพื่อส่งแผนการปฏิรูปให้กับคณะกรรมการขับเคลื่อนชุดใหม่ถ้าจะต้องมีและก็น่าจะต้องมีเพราะจะต้องอยู่ไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง ส่วนการปฏิรูปเรื่องใดที่ทำมาแล้วก็ตัดไปหรือมีเรื่องใดที่จะต้องทำเพิ่มเติมจึงต้องมีการวางแผนล่วงหน้าแต่ไม่ได้บอกสื่อเท่านั้นเอง และไม่ได้บอกใครเพราะคิดและตัดสินใจเองเพราะการเป็นผู้นำรัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจ
"ยงยุทธ์"บอกสบายใจ
นายยงยุทธ์ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านสังคม ให้สัมภาษณ์อย่างอารมณ์ดีเพียงสั้นๆก่อนเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ถึงการปรับคณะรัฐมนตรีที่เป็นหนึ่งในรายชื่อของรัฐมนตรีที่อาจจะถูกปรับออกจากครม.ว่า การปรับครม.จะมีรายชื่ออย่างไรขอให้สื่อไปถามจากนายกรัฐมนตรี ส่วนตนไม่ทราบราบรายละเอียด
อย่างไรก็ตามตนรู้สึกสบายใจหากปรับแล้วไม่มีชื่อตนเป็นรัฐมนตรี และคงไปทำหน้าที่ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ส่วนรองนายกรัฐมนตรีที่จะมาดูแลงานด้านสังคมท่านต่อไปตนยังไม่ทราบว่าเป็นใคร และหากได้มีโอกาสที่จะได้พูดคุยก็จะส่งมอบงานทุกๆด้านที่เกี่ยวกับด้านสังคมกันต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายยงยุทธ์ก็ได้ยอมรับด้วยว่าได้ให้เจ้าหน้าที่ขนของออกจากห้องทำงานรองนายกรัฐมนตรีที่ตึกบัญชาการ1 ในทำเนียบรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว





