"ญาติชูวงษ์"ร้องสถาบันนิติวิทย์ฯ ช่วยสอบสาเหตุการตายเพียงประเด็นเดียว ยังไม่ร้องขอตรวจดีเอ็นเอสาวที่รับโอนหุ้น
นายเอนก คำชุ่ม ทนายความพร้อมด้วยนางวันเพ็ญ ธนวรรมสิริ พี่สาวนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง และนายกันต์ แซ่ตั๊ง ลูกชายนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง เดินทางเข้าพบพญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อขอให้ตรวจสอบเรื่องศพของนายชูวงษ์ที่ญาติยังมีข้อสงสัยสาเหตุการเสียชีวิตของสถาบันนิติเวชวิทยาว่าสอดคล้องกันหรือไม่ เนื่องจากผลตรวจพบว่าศพมีบาดแผลที่ศรีษะด้านหลัง แต่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่ามีบาดแผลด้านหลังซ้าย –ขวา จึงเชื่อว่าหากมีการตรวจสอบข้อมูลตามหลักนิติวิทยาศาสตร์จะช่วยคลายข้อสงสัยและอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างแรงกระแทกกับบาดแผลที่ปรากฎได้
ด้านพญ.คุณหญิงพรทิพย์ ได้ชี้แจงให้ญาติทราบถึงหน้าที่ของนิติวิทยาศาสตร์ในการตรวจพิสูจน์หลักฐานและบทบาทของญาติในการเข้าถึงข้อมูลและพยานหลักฐาน ซึ่งกรณีดังกล่าวต้องประมวลหลักฐาน 3 ส่วนสำคัญคือ ศพ รถยนต์คันเกิดเหตุ และสภาพแวดล้อมในที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ทำได้เพียงการให้ข้อแนะนำ หากจะให้เข้าไปดำเนินการทางคดี ซึ่งต้องอาศัยหลักการเข้าถึงที่เกิดเหตุญาติต้องร้องไปยังกระทรวงยุติธรรม หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก่อน
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นแนะนำให้ญาติเข้าขอข้อมูลแพทย์ที่ผ่าพิสูจน์ศพ จะได้ช่วยยืนยันบาดแผลว่ามีในส่วนใดบ้าง เพราะหากเป็นบาดแผลด้านหลังตามที่ปรากฎเป็นข่าว อาจไม่เข้าหลักของอุบัติเหตุจราจรกรณีที่เป็นการชนจากด้านหน้า ดังนั้นการขอข้อมูลจากแพทย์ที่เป็นผู้ผ่าศพจะทำให้เห็นข้อเท็จจริง พร้อมกันนี้ยังมีกระบวนการตรวจสอบรถยนต์ และสถานที่เกิดเหตุที่สามารถใช้วิศวกรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญมาช่วยพิสูจน์ได้ โดยทั้งหมดเป็นจะเป็นสำคัญนำมาใช้วิเคราะห์ได้ โดยญาติควรกลับไปรวบรวมข้อมูลตามคำแนะนำให้ครบก่อนจึงจะดำเนินการต่อไปได้ กรณีดังกล่าวถือเป็นคดีอุบัติเหตุจราจรหลักนิติวิทยาศาสตร์ ทราบว่าขณะนี้ญาตินายชูวงษ์อยู่ระหว่างรอการส่งหุ้นจำลองจากต่างประเทศที่มีราคาสูงถึง 10 ล้านบาทมาใช้ในการจำลองเหตุการณ์
“สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยังไม่มีความเห็นในเรื่องดังกล่าว แต่ยืนยันได้เพียงว่าคดีดังนี้ตรวจสอบได้ไม่ยาก แค่นำจิ๊กซอร์มาประมวลผลร่วมกันเท่านั้น ขอแค่ให้ญาติได้ข้อมูลทั้งหมดที่แนะนำกองรวมกันก็สามารถวิเคราะห์ได้ ทั้งนี้ต่างประเทศให้ความสำคัญกับคดีอุบัติเหตุจราจร จึงต้องมีการตรวจวิเคราะห์ทุกคดีว่าเกิดจากสภาพถนนหรือความบกพร่องของรถยนต์ เพราะเป็นคดีที่สามารถป้องกันได้ โดยเฉพาะอุบัติเหตุกับรถรับส่งนักเรียน” ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า
ด้านนายเอนก กล่าวว่า ญาติจะดำเนินการตามคำแนะนำของหมอพรทิพย์ด้วยการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดให้ได้มากที่สุด โดยจะเข้าขอข้อมูลและภาพถ่ายจากแพทย์ที่ผ่าศพโดยตรง ทั้งนี้ เชื่อว่าหลักนิติวิทยาศาตร์จะช่วยตอบข้อสงสัยที่มีอยู่ได้ ส่วนกรณีที่ยื่นเรื่องให้สน.อุดมสุขโอนสำนวนคดีการเสียชีวิตมาให้กองบังคับการปราบปรามสอบสวนคดีนั้น เพราะญาติเชื่อว่ากรณีการโอนหุ้นและกรณีรถชนเชื่อมโยงกัน ไม่ได้ต้องการให้โอนคดีเพราะไม่เชื่อมั่นในสน.อุดมสุขแต่ต้องการให้มีการสอบสวนที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ส่วนเรื่องการฟ้องร้องเรียกเงินจากการโอนหุ้นคือนั้น ญาติจะรอให้ตำรวจสรุปสำนวนทั้งหมดก่อน แต่เบื้องต้นยืนยันว่าครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับความเสียหายไปแล้วตั้งแต่ต้น หลังจากนี้จะรอเพียงการสรุปสำนวนเพื่อให้ทราบผู้เกี่ยวข้องและความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
ขณะที่นางวันเพ็ญ กล่าวว่า ในวันนี้( 17 ส.ค.) ได้เข้าพบเพื่อหารือเรื่องการตรวจสอบศพเท่านั้น ไม่มีการหารือถึงการขอตรวจดีเอ็นเอหญิงสาวที่รับโอนหุ้นจากนายชูวงษ์
ผบ.ตร.สั่งโอนคดี"ชูวงษ์"มาสตช. ตั้ง"ประวุฒิ"คุมสำนวน
วันนี้ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าดีการเสียชีวิตและพิรุธการโอนหุ้นของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ว่า เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ทางญาติของนายชูวงษ์ มายื่นหนังสือร้องเรียนถึงตน โดยยื่นผ่าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยต้องการให้โอนสำนวนคดีการเสียชีวิตนายชูวงษ์ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)ทั้งหมด ให้แก่พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.)เป็นผู้ดำเนินการ เพื่อให้ข้อมูลในการสอบสวน หรือวิธีการในการสอบสวน ตลอดจนขั้นตอนต่างๆ ซึ่งจะทำให้ทิศทางการสอบสวนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสอดคล้องกัน รวมทั้งข้อมูลอื่นๆ ที่ทางครอบครัวหรือญาติของนายชูวงษ์ เห็นว่าการโอนหุ้นที่ไม่ชอบมาพากล น่าจะเป็นแรงบันดาลใจ หรือแรงจูงใจให้เกิดอุบัติเหตุ หรือให้เกิดการฆาตกรรม โดยในส่วนที่ญาติของนายชูวงษ์ ร้องขอมาตรงนี้ ตนก็จะสั่งการให้โอนสำนวนคดีการเสียชีวิต หรือคดีของนายชูวงษ์ทั้งหมดที่อยู่ในความรับผิดชอบของ บช.น. มาไว้ที่กองปราบปราม และให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ เป็นผู้รับผิดชอบการสืบสวนสอบสวนคดีนี้เอง
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะมอบหมายให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ตั้งคณะพนักงานสอบสวนพิเศษของสำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง โดยจะเลือกหรือคัดเอาพนักงานสอบสวนที่มีความรู้ความชำนาญ มีความสามารถมาสอบสวนคดีนี้เป็นกรณีพิเศษ โดยสรุปง่ายๆว่า พล.ต.ท.ประวุฒิ จะเป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ทั้งหมด ไม่ว่าเป็นเรื่องการเสียชีวิต และ เรื่องการโอนหุ้น จึงถือว่าเป็นการโอนคดีมาให้อยู่ในความดูแลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เบื้องต้นโอนไปไว้ที่กองปราบปรามก่อน
"ที่ผมต้องทำแบบนี้เพื่อให้คดีมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมสร้างความสบายใจแก่ญาติและสังคม ไม่มีการใส่ร้ายป้ายสี และคดีนี้มีผู้บังคับบัญชา ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติควบคุมดูแล เพราะผมได้ยินว่า มีความพยายามของบุคคลบางคน ที่ใช้อำนาจบารมีส่วนตัว และการเงินเข้ามาแทรกแซง หรือทำให้คดีนี้ถูกบิดเบือน ซึ่งเรื่องนี้ผมระแคะระคายมา และรู้สึกไม่ดีกับเรื่องที่ผ่านมา จากนี้ผมอาขขะสั่งให้ หรือมีคำสั่งให้พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้านนิติวิทยาศาสตร์ เข้ามีดูเรื่องนี้อย่างจริงจัง เป็นเรื่องเป็นราว อย่างเป็นทางการด้วย"พล.ต.อ.สมยศ กล่าว
พล.ต.อ. สมยศ กล่าวย้ำด้วยว่า คดีนี้จะดำเนินการด้วยความยุติธรรม ไม่มีการกลั่นแกล้ง หรือใส่ร้ายป้ายสี ผิดถูกว่าไปตามพยานหลักฐาน หากใครที่ไม่เป็นผู้กระทำผิดก็ไม่ต้องเป็นกังวล ขณะเดียวกันเชื่อว่า พล.ต.ท. ประวุฒิ เป็นผู้ที่มีความสามารถ จะเป็นผู้ควบคุมคดีนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะมีความรู้ความเชี่ยวชาญ ผ่านงานด้านการสืบสวนสอบสวนมามากมาย
ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า เวลา 136.00 น. วันนี้(17 ส.ค)จะเดินทางไปร่วมกับพนีกงานสอบสวน บก.ป. เพื่อทำการสอบปากคำ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวที่ได้รับการโอนหุ้นจากนายชูวงษ์ ที่จะเดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมพร้อมทนายความ หลังจากที่พนักงานสอบสวน บก.ป.ได้เชิญตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง ส่วนกรณีที่ ผบ.ตร. จะมีคำสั่งให้โอนคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ มายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ให้ตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาโดยให้ตนเป็นผู้ดูแลนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือจาก ผบ.ตร.แต่อย่างใด คาดว่าจะ ใช้เวลาอีกประมาณ1-2วัน ถึงจะดำเนินการได้
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า ในส่วนของคดีการโอนหุ้นขระนี้ เจ้าหน้าที่พบพิรุธอยู่หลายจุด ซึ่งคาดว่าจะนำมาเป็นหลักฐานในคดีได้ โดยเฉพาะเรื่อง ลายเซ็น อย่างไรก็ตามเรื่องที่ครอบครัวของนายชูวงษ์ระบุว่าประเด็นเรื่องหุ้นอาจเป็นสาเหตุ หรือแรงจูงใจที่นำไปสู่การเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ นั้น ตอนนี้หลักฐานยังไม่ชัดเจน หรือเชื่อมโยงไปถึงจุดนั้น จึงยังบอกไม่ได้ว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่





