วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตั้ง'วิชา-ภักดี'นั่งอนุฯไต่สวน ปมแป้งมันสำปะหลังจีทูจี

มติป.ป.ช.ตั้ง “วิชา-ภักดี” นั่งอนุฯไต่สวน “ครม.อภิสิทธิ์” ปมระบายแป้งมันสำปะหลังจีทูจีมิชอบ

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) แจ้งว่า เมื่อเร็วๆนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีซื้อขายแป้งมันสำปะหลังแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี กับบริษัทChina Marine Shipping Agency Lianyungang co.,Ltd. สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรณีกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น โดยมีนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนฯ และมีนายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช.ร่วมเป็นอนุกรรมการไต่สวนด้วย โดยพฤติการณ์ในการกระทำความผิดคือ เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 53 คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลัง ที่เสนอให้จำหน่ายแป้งมันสำปะหลังแบบจีทูจีให้บริษัท China Marine Shipping Agency Lianyungang co.,Ltd. ที่ราคา ณ คลังสินค้าตันละ 10,660 บาท จำนวน 140,000 ตัน ต่อมาคณะกรรมาธิการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอข้อพิจารณาให้นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ในขณะนั้น พิจารณาปรับราคาขายแป้งมันสำปะหลังเป็นราคาไม่น้อยกว่า 15,000 บาท/ตัน และต่อมายังได้เสนอให้ยกเลิกการขายแป้งมันสำปะหลังในราคา 10,660 บาท/ตัน หรือปรับราคาขายเป็น 15,000 บาท/ตัน แต่ต่อมากรมการค้าต่างประเทศได้ทำสัญญาซื้อขายแป้งมันสำปะหลังกับบริษัท China Marine Shipping Agency Lianyungang co.,Ltd. ในวงเงิน 1,460,359,443 บาท ในราคาตันละ 10,660 บาท ซึ่งเป็นการขายในราคาต่ำกว่าราคาตลาด และต่ำกว่าเกณฑ์ราคาพื้นฐานที่ครม.กำหนด โดยที่บริษัทดังกล่าวไม่มีการมอบอำนาจจากรัฐบาลจีน และในใบอนุญาตประกอบธุรกิจของบริษัทไม่ใช่การซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร 

ดังนั้นบริษัทดังกล่าวจึงไม่ใช่ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศในการเจรจา หรือลงนามในสัญญาในนามรัฐบาลจีนแต่อย่างใด 

นอกจากนั้นยังพบว่าก่อนทำสัญญากับกรมการค้าต่างประเทศ บริษัทดังกล่าวได้ทำสัญญาซื้อขายและโอนสิทธิในแป้งมันสำปะหลังให้แก่บริษัทในไทย ทั้งนี้การทำสัญญาซื้อขายแป้งมันสำปะหลังดังกล่าว จึงไม่ใช่การซื้อขายแบบจีทูจี แต่เป็นการกล่าวอ้างดำเนินการแบบจีทูจีเพื่อทำสัญญากับรัฐ โดยไม่ต้องมีการประมูล มุ่งหมายไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม จึงเป็นการกระทำที่ไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์และขัดต่อมติ ครม.

รายงานข่าวแจ้งว่า เรื่องดังกล่าวมีผู้กล่าวหาประกอบดัวย ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญและติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา โดยมีการกล่าวหาครม.รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ รวม 32 ราย คณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลัง โดยมีผู้ถูกกล่าวหารวม 45 ราย ซึ่งมีนายมนัส สร้อยพลอย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในคดีทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจี และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)มีมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง 

ทั้งนี้ ความคืบหน้าล่าสุด คณะอนุกรรมการไต่สวนฯได้มีหนังสือแจ้งการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบแล้ว โดยเหลือเพียงนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , นายธีระ วงศ์สมุทร อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ , นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต รมว.ยุติธรรม และนายโอฬาร พิทักษ์ อดีตผู้ตรวจราชการกระทรงเกษตรและสหกรณ์ ที่ยังไม่รับทราบการแต่ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนฯในครั้งนี้