“วิษณุ” รับ “คกก.ยุทธศาสตร์ปฏิรูป-ปรองดองฯ” จำเป็นในช่วงเปลี่ยนผ่าน ชี้“รบ.แห่งชาติ”มีข้อดี ยามแตกแยกรุนแรง
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อกังวลจากหลายฝ่ายหลังกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ(กมธ.) ได้บัญญัติในบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญมาตรา260ให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติซึ่งมีอำนาจเหนือฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติว่าจนถึงขณะนี้ตนยังไม่ทราบในรายละเอียด เท่าที่ติดตามจากสื่อทราบว่าเมื่อบทบัญญัตินี้อยู่ในบทเฉพาะการก็ต้องเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวที่อาจมีความจำเป็นในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน เมื่อเป็นเช่นนั้นก็อาจจะต้องมีความจำเป็นต้องนำอะไรบางอย่างที่ทำให้ถอยออกจากหลักประชาธิปไตย แต่จะให้อยู่อย่างถาวรโดยไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยคงไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เคยบอกว่า การร่างรัฐธรรมนูญต้องร่างในแบบที่เป็นของเรา เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย แต่จะขัดหลักสากลไม่ได้ ส่วนคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าวมีวาระ5ปีนั้น ส่วนตัวไม่มีความเห็นว่านานไปหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่ กมธ.ยกร่างฯบัญญัติลักษณะนี้ในบทเฉพาะกาลเหมือนไม่ต้องการคืนอำนาจให้ประชาชนใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ที่พูดมาไม่ได้เป็นความเห็น แต่พูดตามความเข้าใจในสิ่งที่ กมธ.ยกร่างฯต้องการให้เป็น ดังนั้น ถึงได้บอกว่า ในช่วงเปลี่ยนผ่านบทเฉพาะการในร่างรัฐธรรมนูญอาจมีเรื่องอื่นด้วย เช่น หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว ให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ยังคงทำหน้าที่ไปจนกระทั่งมี ส.ส. ส.ว.ชุดใหม่ เนื่องจากหลังการเลือกตั้งอาจยังไม่มี ส.ส. ส.ว. ในทันทีเนื่องจากทำผิดกฎเลือกตั้งจนไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ดังนั้น สนช.จึงต้องรับผิดชอบแทน อย่างไรก็ตาม ในแง่ของหลักประชาธิปไตยก็ถือว่าไม่ถูกต้อง แต่บทเฉพาะกาลเขียนไว้ว่า ให้เป็นไปจนถึงวันหนึ่งแล้วก็จบการทำหน้าที่
ผู้สื่อข่าวถามว่าในบทเฉพาะกาลเมื่อเกิดภาวะวิกฤติแล้วรัฐบาลไม่สามารถจัดการได้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯสามารถจัดการแทนรัฐบาล จึงเหมือนเป็นการแย้งอำนาจจากรัฐบาล นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าเป็นไปตามที่สื่อนำเสนอ หากใครกล้าใช้อำนาจโดยที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้หลวมๆ แล้วมีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญว่าทำโดยไม่ถูกต้องก็จะยุ่ง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็เหมือนกับกฎหมายทั้งหลายที่เขียนว่าทั้งนี้ทั้งนั้นให้ดำเนินการไปตามที่สมควรและหากกรณีนี้ผู้ใช้อำนาจคือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ตัดสินว่าวิกฤติแล้วเข้ามาจัดการสถานการณ์แทนรัฐบาล แต่มีคนไม่พอใจไปร้องศาลปกครองก็จะเกิดปัญหา ซึ่งกรณีเช่นนั้นเกิดมามากแล้วที่ศาลตัดสินว่า การใช้อำนาจไม่มีเหตุสมควร
แจง “สปช.” เปิดประชุม ถกร่างรธน.ไม่ได้ หวั่นโกลาหล
นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีสมาชิก สปช.บางส่วนเสนอเปิดประชุมเพื่ออภิปรายหลังรับร่างรัฐธรรมนูญจาก กมธ.ยกร่างฯว่า รัฐธรรมนูญชั่วคราวที่มีการแก้ไขใหม่ ไม่เปิดทางให้ทำเช่นนั้นได้ เพราะว่าจะเกิดความโกลาหล แต่หาก สปช.จะไปดำเนินการเป็นการภายในของสปช.ทั้ง250 คน หรือเชิญบุคคลอื่นมาร่วมก็ได้ทำนองว่าพบปะสังสรรค์ก็ไม่เป็นไรแต่ต้องไม่ใช่การเปิดประชุมเหมือนเปิดประชุมสภาที่มีประธานในที่ประชุม มีการอภิปราย มีการจดรายงานการประชุม ดังนั้นเมื่อไม่สามารถเปิดอภิปรายอย่างเป็นทางการได้ จึงไม่สามารถเชิญ กมธ.ยกร่างฯ มาชี้แจงในแต่ละประเด็นที่มีข้อสงสัยได้ ส่วนกรณีที่มีสมาชิกพรรคพรรคเพื่อไทยจะทำข้อเสนอไปยัง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อขอปรับเนื้อหาในร่างฯ อาทิประเด็นที่มา ส.ว.นั้น ขณะนี้เลยกำหนดที่จะให้ฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องส่งความเห็นมายัง กมธ.ยกร่างฯ อีกทั้งในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ไม่ได้บัญญัติให้พรรคการเมืองเสนอการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเสนอมาแล้ว กมธ.ยกร่างฯ เห็นด้วยแล้วปรับแก้ ก็จะเป็นการปรับแก้ตามความเห็นของ กมธ.ยกร่างฯ ไม่ใช่ของพรรคการเมือง
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯเสนอให้ทำประชามติให้มีรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่หาก สปช.ตัดสินใจเลือกคำถามนี้แล้วส่งมายัง ครม.ตนก็จะพิจารณาร่วมกับ ครม.ด้วย การโยนหินถามทางเช่นนี้ยังไม่ชัดเจนว่า จะผ่านในชั้น สปช.หรือไม่ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลแห่งชาติก็ถือว่ามีข้อดีเช่นกัน ในกรณีที่เกิดความแตกแยกรุนแรง จึงต้องการให้มีรัฐบาลสมานฉันท์ปรองดองกับทุกฝ่าย ยกตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นในประเทศอังกฤษเมื่อครั้งสงครามโลก ซึ่งการมีพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านในขณะนั้นคงไม่สามารถสู้สงครามได้ จึงตกลงในตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้น เพื่อป้องกันความขัดแย้งภายใน แต่การมีรัฐบาลในรูปแบบนี้คือลักษณะผิดธรรมชาติ และจะมีใครจะเป็นฝ่ายค้าน แต่บางสถานการณ์มีความจำเป็นต้องตั้งเพื่อแก้ไขปัญหาบางอย่าง แต่เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายก็ต้องกลับไปเป็นรัฐบาลแบบปกติ




