วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รองนายกฯตรวจคืบหน้า ก่อสร้างสะพานข้ามลำน้ำมูลโคราช

"ยงยุทธ" รองนายกฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าก่อสร้างสะพานข้ามลำน้ำมูลในโคราช เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชน

วันนี้ (14 ส.ค. 58) เวลา 09.30 น. นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายบัณฑิต ตั้งประเสริฐ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 14 และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานมูลมะดันรัฐ ต.ท่าช้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา โดยมีนายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และชาวบ้านใน อ.เฉลิมพระเกียรติ กว่า 200 คน ให้การต้อนรับ

โดยได้สำรวจโครงการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ พร้อมกับกำชับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อการก่อสร้างได้มาตรฐาน และสามารถเปิดใช้งานให้เร็วที่สุดภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยสะพานมูลมะดันรัฐแห่งนี้ เป็นสะพานข้ามลำน้ำมูล ซึ่งมีการก่อสร้างมานานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 ช่วงแรกจะเป็นสะพานไม้ที่ชาวบ้านร่วมใจกันก่อสร้างขึ้น ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2525 ทางราชการได้ทำการกู้เงินจากประเทศญี่ปุ่น จำนวนกว่า 1 ล้านบาท มาทำการปรับปรุงเป็นสะพานปูน จนกลายเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับชาวจังหวัดนครราชสีมา ที่จะใช้สัญจรผ่านไป-มา ระหว่าง อ.เฉลิมพระเกียรติ กับ อ.โนนสูง

แต่เมื่อปี พ.ศ.2556 ได้เกิดน้ำท่วมหนัก พัดจนคอสะพานขาดจนไม่สามารถใช้การได้ ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเพราะไม่สามารถใช้ข้ามลำน้ำมูลได้เหมือนปกติ ดังนั้นเมื่อเดือนธันวาคม 2557 นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา จึงได้เสนอขอสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล ซึ่งได้รับอนุมัติงบประมาณเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 22.5 ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างสะพานมูลมะดันรัฐ มีความกว้าง 5 เมตร ยาว 250 เมตร จนขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 67% ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จจนสามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติ ภายในเดือนพฤศจิกายน 2558 นี้

นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สะพานแห่งนี้ นอกจากจะมีความสำคัญสำหรับชาวบ้านทั้ง 2 อำเภอ คือชาวอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอโนนสูง ที่ใช้สัญจรไปมาหาสู่กันแล้ว ยังมีความสำคัญสำหรับประชาชนทั่วไป ที่จะใช้เป็นเส้นทางลัดจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนอีกด้วย ซึ่งรัฐบาลเห็นว่าเมื่อสะพานแห่งนี้ชำรุดขึ้นมา ก็สร้างความยากลำบากแก่พี่น้องประชาชนจำนวนมาก จึงได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนเป็นเงินกว่า 22.5 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างขึ้นมาใหม่ ให้มีความทนแทนแข็งแรงกว่าเดิม เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้งานได้ชั่วลูกชั่วหลาน โดยจะเร่งให้ก่อสร้างเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อให้ทันเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับชาวจังหวัดนครราชสีมาต่อไป