วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนช.แถลงปิดคดีถอดถอน248อดีตส.ส.

สนช.แถลงปิดคดีถอดถอน248อดีตส.ส. ด้านปปช.ตอกย้ำปมลงมติรับร่างปลอม "สามารถ"โต้แก้รธน.ถูกต้องทุกขั้นตอน ซัดปปช.อคติ-จ้องเล่นงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย  รองประธานสนช.คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาการถอดถอนอดีตส.ส.248 คน ออกจากตำแหน่ง กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มาส.ว. โดยเป็นการรับฟังคำแถลงปิดสำนวนด้วยวาจาของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายคือ ป.ป.ช. และฝ่าย 248 อดีตส.ส. ทั้งนี้ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหามีเพียงนายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย  เพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทยมาแถลงปิดสำนวนด้วยวาจา  ขณะที่อดีตส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา  พรรคชาติพัฒนา  ขอแถลงปิดสำนวนเป็นลายลักษณ์อักษรแทน  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จากนั้นนายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการป.ป.ช. เป็นตัวแทนฝ่ายป.ป.ช. แถลงปิดสำนวนว่า การที่ป.ป.ช.ต้องดันทุรังชี้มูลความผิดอดีตส.ส.248 คน ในกรณีดังกล่าว ทั้งที่สนช.เคยมีมติไม่ถอดถอนอดีต 38 ส.ว.ในความผิดกรณีเดียวกันมาก่อนหน้านี้  เนื่องจากการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแตกต่างจากการวินิจฉัย เพราะศาลยึดบรรทัดฐานจากคำพิพากษา  แต่การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางเมืองของป.ป.ช.ใช้คนละเงื่อนไขกับตุลาการ โดยป.ป.ช.พิจารณาจากคำร้องถอดถอนเป็นหลัก  ส่วนจะถอดถอนได้หรือไม่ เป็นหน้าที่ของสนช.

นายวิชัย กล่าวว่า ความผิดของอดีตส.ส. 248 คน คือการใช้อำนาจหน้าที่ผิดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยร่วมกับนายอุดมเดชให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มาส.ว.  ในวาระ 1-3  ทั้งที่เป็นร่างกฎหมายคนละฉบับกับที่มีการเข้าชื่อเสนอขอแก้ไขกฎหมาย  โดยร่างรัฐธรรมนูญที่อดีตส.ส. 248  คน ลงมติทั้งสามวาระเป็นร่างที่นายอุดมเดชนำมาสับเปลี่ยนกับร่างเดิม  ซึ่งเสนอโดยผู้ไม่มีหน้าที่เสนอแก้ไขกฎหมาย  และมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเนื้อหาสาระสำคัญใหม่ โดยเพิ่มเติม มาตรา 6 ที่ให้สมาชิกวุฒิสภาลงสมัครเป็นส.ว.สองสมัยเพิ่มเติมเข้าไป  จนแตกต่างจากเนื้อหาร่างเดิม ที่ได้เสนอขอแก้ไข  ดังนั้นการที่อดีตส.ส. 248 คน ลงมติทั้งสามวาระ  จึงเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ  ที่ผ่านมา 90 ปี คนไทยรู้จักแต่เพียงประชาธิปไตยเสียงข้างมากอย่างเดียว ส่วนการข่มเหงเสียงข้างน้อย โดยเสียงข้างมากไม่เคยมีการพูดถึง แต่กระบวนการถอดถอนทำให้ประชาชนเข้าถึงแก่นแท้ ประชาธิปไตย  ช่วยให้เสียงข้างน้อยมีหลักประกัน  มีที่ยืน ไม่ทำให้เกิดวัฒนธรรมด้านได้ อายอดของเสียงข้างมาก 

ด้านนายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย แถลงปิดสำนวนว่า  ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของ อดีตส.ส. 248 คน ทำด้วยความสุจริต ไม่มีอะไรแอบแฝง ยึดหลักประชาธิปไตย  การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ดำเนินการตามมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญ และขั้นตอนการปฏิบัติอย่างถูกต้อง ยืนยันว่า การแก้ไขร่างกฎหมายทำได้ ตราบใดที่ประธาน สภาฯยังไม่สั่งบรรจุร่างเข้าสู่วาระการประชุม ที่ผ่านมาเคยมีการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ต่างๆก่อนบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมมาแล้ว  ซึ่งอดีตรองประธานวุฒิสภา ที่ขณะนี้เป็นรองประธานสนช. ก็เคยไปให้ปากคำต่อป.ป.ช.ว่า สามารถทำได้   เรื่องนี้เป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า เป็นร่างปลอม แต่ขอยืนยันว่า มีเพียงร่างเดียวตั้งแต่วาระ 1-3 ซึ่งตลอดการพิจารณาวาระสอง ฝ่ายผู้ร้องก็ไม่เคยท้วงติงว่า เป็นร่างปลอม  

“ขณะนี้สังคมยังกังขาถึงคุณสมบัตินายภักดี โพธิศิริ ว่ามีคุณสมบัติเป็นกรรมการป.ป.ช.หรือไม่ เพราะไม่ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทเอกชน ภายในเวลาที่กำหนด หลังจากได้รับแต่งตั้งเป็นกรรม การป.ป.ช. ขณะที่ป.ป.ช.บางคนมีอคติต่อส.ส. โดยป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิดอดีตส.ส. 248 คน ในวันเดียวกับที่สนช.ลงมติว่า อดีตส.ว. 38 คน ไม่มีความผิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กรณีที่มาส.ว.  ทั้งที่เป็นฐานความผิดเดียวกัน น่าคิดว่า เป็นอคติ ไม่ยึดหลักการที่ถูกต้องหรือไม่  จะต้องเล่นกันให้สุด ๆ เลยใช่หรือไม่ ขณะเดียวกันปัจจุบันไม่มีรัฐธรรมนูญปี 50 แล้ว ป.ป.ช.จึงไม่มีอำนาจอ้างรัฐธรรมนูญที่ถูกยกเลิกไปแล้ว มาลงโทษพวกตน  และอดีตส.ส. 248 คน พ้นจากหน้าที่ไปแล้ว  จึงไม่มีตำแหน่งอะไรเหลือให้ถูกถอดถอนอีก  ทั้งนี้หวังว่า สนช.จะยึดการลงมติกรณีอดีต 38 ส.ว.มาพิจารณาเป็นบรรทัดฐานในการลงมติคดีนี้เช่นกัน” นายสามารถ กล่าว