วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสม.ชงรายงานสรุปปัญหาละเมิดสิทธิชุมชน-ทรัพยากรฯให้รบ.-คสช.

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ชงรายงานสรุปปัญหาละเมิดสิทธิชุมชน-ทรัพยากรธรรมชาติตลอด 6 ปี ให้ "คสช.-รัฐบาล" เร่งแก้ไข

เมื่อวันที่ 12 ส.ค.58 นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการได้จัดทำรายงานสรุปสถานการณ์ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร ซึ่งมีประเด็นปัญหาที่พบจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในภาพรวม 9 ประเด็นได้แก่ ปัญหาการกำหนดแผนพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ ปัญหาการจัดทำผังเมือง ปัญหาการดำเนินนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย ผลกระทบจากการที่เจ้าหน้าที่อ้างคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 64/2557 ปัญหาการจัดการทรัพยากรพลังงาน ผลกระทบมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม และปัญหาการจัดการกากของเสียอันตรายภาคอุตสาหกรรม ปัญหาการจัดการทรัพยากรแร่ ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนข้ามพรมแดน และปัญหาการจัดการทรัพยากรประมงทะเล เนื่องจาก6 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552 – กรกฎาคม 2558คณะกรรมการสิทธิฯได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนทั่วประเทศกว่า 800 คำร้องกสม.ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า เพื่อทำหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร

  

นพ.นิรันดร์ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเสนอเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและเยียวยาผลกระทบจากกรณีดังกล่าวนั้น มีดังนี้1. ระงับหรือยุติการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นและมีแนวโน้มว่าจะก่อให้เกิดปัญหาผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สภาพแวดล้อม และสิทธิชุมชน เช่น กรณีโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน กรณีโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกทั้งที่ปากบารา จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา กรณีการดำเนินการตามนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษบริเวณพื้นที่ชายแดน กรณีการจัดผังเมืองในพื้นที่ที่ยังมีปัญหาในกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และกรณีโครงการเหมืองแร่โปรแตซ จังหวัดอุดรธานี ทั้งนี้ หากจะยังคงดำเนินนโยบาย โครงการ หรือกิจกรรมต่อไป ควรเริ่มต้นกระบวนการใหม่โดยต้องเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพิจารณาและตัดสินใจอย่างแท้จริง

2. ชดเชย เยียวยา และฟื้นฟู ในกรณีการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่ได้เกิดขึ้นแล้ว และได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน เช่น ผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำ จังหวัดเลย ผลกระทบจากโรงไฟฟ้าชีวมวล กรณีผลกระทบจากโครงการสำรวจปิโตรเลียมในหลายพื้นที่ภาคอีสาน และกรณีผลกระทบมลพิษจากการโรงงานอุตสาหกรรมและ 3. กรณีผลกระทบจากการปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 64/2557 มีความเห็นว่า ควรยุติการดำเนินนโยบายยึดคืนผืนป่ารวมทั้งที่ดินของรัฐประเภทอื่นๆ ยุติการตัดฟันต้นยางพารา และยุติหรือชะลอการดำเนินคดีในกรณีที่มีพบว่า ผู้ถูกดำเนินคดีเป็นประชาชนผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย และไร้ที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยมาแต่เดิม ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 66/2557 นอกจากนี้ควรทบทวนแม่บทการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปรับปรุงแผน

  

“ทั้งนี้ รายงานสรุปสถานการณ์ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากรรวมถึงข้อเสนอต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะเสนอต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย กสม.จะติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป”นพ.นิรันดร์ กล่าว