"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ แย้มแต่งตั้งข้าราชการทหาร-ตำรวจ จบสัปดาห์หน้า
วานนี้ (11ส.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแต่งตั้งข้าราชการ โดยในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ถือว่าจำเป็นและได้ผ่านการกลั่นกรองจากกระทรวงการต่างประเทศมาแล้ว เป็นผู้อาวุโส ไม่ใช่อยู่นานเกินกว่าเหตุ ซึ่งเขามีขั้นตอนอยู่แล้ว มันจำเป็นต้องทำ เพราะเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจตั้งทูตด้วย มันเสียเวลา และในส่วนของตำแหน่งปลัดกระทรวง ตนก็จะพิจารณาแต่งตั้งให้เร็วขึ้น ไม่เกินสัปดาห์หน้าจะตั้งทุกกระทรวง จะได้มาพิจารณาแต่งตั้งอธิบดีต่อไป โดยจะพยายามทำให้เร็ว ส่วนทหาร ตำรวจก็จะพิจารณาในเวลาใกล้เคียงกัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนการแต่งตั้งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) คนใหม่ เวลานี้ยังไม่เห็นชื่อ ที่มีชื่อนายทหาร 2 นาย คือ พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ และพล.อ.ทวีป เนตรนิยม เข้ามาเป็นตัวเลือกนั้น สื่อตั้งกันเองหรือเปล่า พล.อ.สุรพงษ์ ตำแหน่งเขาก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ อายุราชการยังเหลืออีกเยอะ เขาโตตรงนั้นไม่ดีกว่าเหรอ เขาอยากเป็นทหารกันทั้งนั้น ไม่มีใครอยากมาอยู่กับตนหรอก อยู่แล้วโดนด่าทุกวันไม่มีใครอยากมา ส่วนจะคิดต่างหรือไม่ตนไม่รู้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามสถานการณ์สิ่งแวดล้อม วันนี้รัฐบาลมาเพื่อการปฏิรูปต้องการแก้ปัญหา บางอย่างใช้กลไกหรือวิธีการปกติไม่ได้ มันต้องแยกแต่ละเรื่องแต่ละกระทรวงจะทำกันอย่างไรอย่างนั้นดีกว่า ให้ตนตัดสินใจ อย่ามากดดันเลย ใครเป็นก็เป็นตามนั้นถ้าเชื่อมั่นตน ก็ต้องเชื่อถ้าจะตั้งใคร ตนไม่ได้ตั้งเพื่อตัวเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการพิจารณาแต่งตั้งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นมีตั้งเลย อยากจะตั้งใครเหรอ
เมื่อถามว่ามีข่าวแต่งตั้งพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้มาทำหน้าที่โฆษกฯ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เหรอ ก็ลงความเห็นมาแล้วกัน ซึ่งวันนี้ รองโฆษกฯก็พูดทุกวันอยู่แล้ว ใครจะเป็นก็เหมือนกัน วันนี้ก็ทำงานเต็มตัวแล้ว ถ้าไม่เต็มตัวก็เปลี่ยนใหม่ ทั้งนี้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งโฆษก และการทำงานไม่ใช่ต้องมีตำแหน่งอย่างเดียว ต้องเอาความสามารถของตัวเอง เมื่อคนยังรับได้ก็ทำไปก่อน เดี๋ยวถึงเวลาก็เป็นเอง ทำไมต้องเร่งรัดตัวเองตนไม่เข้าใจ อย่าไปมองคนด้วยยศตำแหน่งอย่างเดียว มองด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความรู้ความสามารถของเขา ไม่เช่นนั้นก็จะมองแต่คนมีอำนาจตลอดแล้วสอนให้คนทั้งประเทศอยากมีอำนาจ พอมีอำนาจเสร็จมันก็ไปแล้ว คนเหล่านี้บางคนไม่พร้อม เข้ามาก็แสวงหาผลประโยชน์ เราต้องสร้างวัฒนธรรมใหม่ ต้องรื้อฟื้นคุณธรรม จริยธรรม ผลประโยชน์ชาติ จิตสาธารณะ ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้มีพูดกัน สภาปฏิรูปก็พูด กฎหมายก็มี มันอยู่ที่การปฏิบัติ อยู่ที่หัวใจของคนว่ามีคุณธรรมหรือไม่
“เขียนให้ตายไปเถอะกฎหมาย แต่บังคับได้หรือไม่ มันไม่ได้หรอกต้องดูที่คนว่ามีคุณธรรมหรือไม่มี สำหรับผมดูง่ายๆ ดูหน้าตาว่าขี้โกงหรือเปล่า ถ้าหน้าขี้โกงมันก็ยาก แต่ไม่ใช่จะไปมองเขาอย่างนั้น แค่ยกตัวอย่างให้ฟัง เพราะบางคนขี้โกงหน้าตาจะชัดเจน บางคนก็ต้องให้โอกาสเขาทำงานก็แค่นั้น ไม่อยากให้สังคมไปลงโทษคนนี้ คนนั้นก่อนโดยไม่ผ่านการไต่สวนกระบวนความ เราจะเอาความรู้สึกทำงานไม่ได้ มันจะทำให้เกิดความขัดแย้งสูงขึ้น ถ้าเรายังฟังนักการเมืองบางคน บางฝ่ายพูดอยู่ ผมย้อนถามว่าที่ผ่านมาเขาทำหรือเปล่า” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว





