วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ร่างฯปรับเงินภาษีบาปให้'ไทยพีบีเอส-สสส.'ภายใน 4 ปี

กมธ.ร่างรธน.ปรับเงินภาษีบาปให้"ไทยพีบีเอส-สสส."ภายใน 4 ปีแล้ว เพิ่มกก.ประเมินผลการใช้งบประมาณแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ วาระทบทวนบทบัญญัติใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.ที่มาของกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ถูกท้วงติงว่ามีหลายชุดจะทำให้เกิดความสับสนและไม่ได้มาตรฐานของการสรรหาบุคคลเข้าไปทำหน้าที่ส.ว. ทั้ง 123 คน, 2. คณะกรรมการยุทธศาสตร์ การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ และ 3.การแก้ไข 

โดยประเด็นที่สำคัญดังกล่าวที่ประชุมได้ยกมาหารือกันในช่วงบ่าย หลังจากที่ช่วงเช้าได้พิจารณาเพื่อแก้ไขถ้อยคำในบทบัญญัติทีว่าด้วยองค์กรภาคเอกชน ไปเป็นองค์กรภาคประชาสังคมเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่ออกมาล่าสุด ซึ่งเมื่อเวลา 18.00 น. แหล่งข่าวจากกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่าในประเด็นของบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินภาษีหรืออากร เพื่อดำเนินการในหน่วยงานที่มีกฎหมายให้จัดเก็บ ซึ่งกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล มาตรา 281 เกี่ยวกับการไม่นำบทบัญญํติมาใช้บังคับกับกรณีใดๆ ได้มีการแก้ไข ที่สำคัญ คือ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ตัดประเด็นของการมีผลบังคับใช้ของกฎฆมายที่ว่าด้วยการจัดสรรเงินจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรตามกฎหมาย ต่ออีก 4 ปีออก เพื่อให้บทบัญญัติของกฎหมายที่บังคับใช้ปัจจุบัน ในส่วนของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส, ส.ส.ส. และองค์กรกีฬา มีผลบังคับใช้ต่อไป

และได้เพิ่มเติมประเด็นของการประเมินผลขององค์กรดังกล่าว ผ่านกรรมการประเมินผล ที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติ ใน ส่วนของการบริหารการเงิน งบประมาณเพื่อให้การใช้จ่ายมีประสิทธิภาพ พร้อมกำหนดด้วยว่าหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ให้หน่วยงานทั้ง 3 องค์กรดังกล่าว ต้องแก้ไขกฎหมายขององค์กรเพื่อกำหนดให้มีบทบัญญัติว่าด้วยการประเมินผล รวมถึงการกำหนดเพดานขั้นสูงสุดที่จัดเก็บหรือจัดสรรได้ ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี สำหรับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวนั้น เบื้องต้นอาจให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ชุดปัจจุบัน เป็นผู้พิจารณาปรับแก้ไข 

โดยบทบัญญัติที่มีการปรับปรุงนั้น มีถ้อยคำดังต่อไปนี้ มาตรา 281 ในวาระเริ่มแรก มิให้นำบทบัญญัติดังต่อไปนี้ มาใช้บังคับกับกรณีต่างๆ ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) มิให้นำบทบัญญัติมาตรา 190 วรรคสี่ มาใช้บังคับกับหน่วยงานซึ่งมีกฎหมายให้จัดเก็บและจัดสรรเงินจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรืออากร อยู่ในวันก่อนวันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ แต่ต้องดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดเพดานขั้นสูงสุดที่ให้จัดเก็บหรือจัดสรรได้ และต้องมีกลไกการติดตามประเมินผลจากกรรมการประเมินผล

ซึ่งเห็นชอบโดยคณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติ เพื่อให้มีการบริหารการเงินและงบประมาณขององค์กรดังกล่าวมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด รวมทั้งต้องมีรายการจัดสรรงบประมาณภายในหน่วยงานที่ใช้จ่ายจากเงินดังกล่าว และเงินเหลือจ่ายแต่ละปี ต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนของประเด็นของกรรมการสรรหา ส.ว. และกรรมการยุทธศาสตร์ฯ นั้นที่ประชุมได้พิจารณาไปแล้วเล็กน้อย แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งที่ประชุมจะนำไปพิจารณาต่อในวันที่ 11 ส.ค. นี้