"พล.อ.ประยุทธ์"ยก สิงคโปร์ เป็นประเทศต้นแบบ มีความหลากเชื้อชาติ-ภาษา พร้อมด้วยกำลังรบแบบมีตัวตน-ไร้ตัวตน ลั่นไทยเทียบไม่ได้ ผ่านมา 800 ปี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมวันครบรอบวันชาติของประเทศสิงคโปร์ตลอดจนความเจริญก้าวหน้าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ตนมองอยู่แล้ว สำคัญที่แต่สื่อจะมองหรือเปล่า มัวแต่ไปขุดขุ้ยเรื่องนี้ เรื่องนั้น การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ การทุจริต ไปเรื่อยๆเปื่อย แล้วมาบอกให้ประเทศของเราเจริญเติบโตเหมือนประเทศของเขา มันไม่มีทางเป็นไปได้ เราต้องคิดใหม่ ถึงแม้จะเป็นคนละเรื่องกันทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความพอเพียง หรือเรื่องอื่น แต่เป็นเรื่องอนาคตทั้งสิ้น ตนถามกลับไปก็แล้วกัน ลองไปติดตามกันเมื่อวานนี้ ประเทศสิงคโปร์มีทุกอย่าง ตั้งแต่กำลังทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ทั้งๆที่ประเทศสิงคโปร์เป็นเพียงเกาะเล็กๆใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตเล็กน้อย ถามว่าทำไมประเทศสิงคโปร์ต้องมีสิ่งเหล่านี้ นั้นแหละคือศักยภาพกำลังรบที่ไม่มีตัวตนของเขา ที่ต้องคุ้มครองรักษาทรัพยากร รักษาความเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของเขา นั้นคือสิ่งสำคัญ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นเราต้องพิจารณาทำอย่างไรเราถึงจะมีสิ่งที่ทำให้บ้านเมืองเราปอลดภัย ไม่ได้หมายความว่ามีเพื่อไปรบกับคนนั้นคนนี้ บางคนคิดว่าต้องมียุทโธปกรณ์นั้นนี้ เพื่อต้องไปรบกับใคร ซึ่งมันไม่ใช่ ที่ต้องมีเพื่อจะได้ไม่ต้องรบกัน และเพื่อการสร้างสรรค์ความร่วมมือ แต่ถ้าทุกคนเอาเรื่องนี้มาตีกัน แล้วก็ต้องการทุกอย่าง ตนคิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้ทั้งชาตินี้และชาติหน้า
“ผมไปดูประเทศสิงคโปร์เมื่อวาน ผมก็นั่งคิดทุกเรื่อง ไม่ใช่นั่งดูเฉยๆ ผมคิดว่าทำไมประเทศสิงคโปร์ถึงเป็นแบบนี้ เพราะเขาใช้เวลา 50 ปี แบ่งเป็น 5 ยุค 5 สมัย และประเทศไทยเลยตรงนี้มาแล้ว และยากที่จะกลับมาเริ่มต้นใหม่ ถ้าคนไทยยังไม่ร่วมมือกัน ซึ่งในยุคแรกของประเทศสิงคโปร์ เขามีความลำบาก ประชาชนยากจน แต่สิ่งที่เขาทำก็คือสามารถรวมชาติได้ หลายเชื้อชาติ หลายภาษา เป็น one nation และการที่เขาเคยลำบากมาก่อน และต้องปฏิบัติตามกฎหมายตามที่อดีตนายกรัฐมนตรีประเทศสิงคโปร์ท่านแรกที่ปฏิรูปประเทศ ทำมากว่า 30 ปี ทำจนเศรษฐกิจของประเทศสิงคโปร์อยู่ในอันดับต้นๆของโลกในปัจจุบันเพียง50ปีเท่านั้น ของประเทศไทยไปลองคิดย้อนดูตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ก็ 200 กว่าปีเข้าไปแล้ว แต่สำหรับประเทศไทยมากกว่านั้นประมาณ800ปีได้ ยังทะเลาะกันอยู่แบบนี้ เมื่อวานประชาชนในประเทศสิงคโปร์มาร่วมจัดงานฉลองกันทั้งประเทศ มีการสาธิตกำลังทางรบทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ผมพูดเลย เราเทียบเขาไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ไม่ใช่เทียบด้วยกำลังพล หรือยานพาหนะ โดยเฉพาะอาวุธยุทธโทปรณ์ของกองทัพ ที่ซื้อมานานแล้ว ซื้อใหม่ก็ไม่ค่อยได้ เพราะไม่มีเงิน หรือไม่ก็ถูกสร้างกระแสว่าทุจริต ถือเป็นคนละเรื่องถ้าทุจริตก็ไปสอบมา ถ้าซื้อมาแล้วก็แสดงว่าผ่านขั้นตอนทุกอย่างแล้ว ไม่อยากให้ไปขุดคุ้ยกันมาอีก เพราะการจัดซื้อยุทธโทปกรณ์ ต้องผ่านการตรวจสอบ การกลั่นกรองมาแล้ว ถ้ามีข้อสงสัย สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)ก็สอบถามมา ถ้าชี้แจงผ่าน ก็ซื้อได้ แต่ไปขุดกันมาว่ามีการทุจริตเอาเงินเข้ากระเป๋า ถามว่าเงินเข้ากระเป๋าใคร ไม่ใช่ซื้อแค่คนเดียวหรือสองคน แล้วถ้าซื้อแบบรัฐบาลต่อรัฐบาลด้วยแล้ว ไม่มีเงินตรงไหนเข้ากระเป๋าใครอยู่แล้ว ต้องดูว่าซื้อยังไงให้ถูกและดีที่สุด ตลอดจนความพึงพอใจของกำลังพลที่จะใช้ของนั้นคือสิ่งสำคัญ
เมื่อถามว่า เป็นเพราะประเทศสิงคโปร์มีผู้นำที่ต่อเนื่องหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามผู้สื่อข่าวกลับว่า แล้วทำไม คุณจะหาเรื่องตนให้เกี่ยวข้องกับการต่อท่ออำนาจอีก ไม่ต้องมาพูด พูดกันอยู่แค่นี้ การต่อท่ออำนาจ ผลประโยชน์ ขอถามว่าพวกตนได้ประโยชน์ตรงไหน อยู่ทุกวันก็ทำงานเต็มที่ทั้ง แก้ปัญหา บริหารราชการแผ่นดิน เตรียมอนาคตก็เตรียม ตนคิดว่าคนไทยแตกแยก เหมือนลูกโป่งที่ปล่อยลมไว้หมดแล้ว ทุกคนไม่รู้ว่ากฎหมายอยู่ตรงไหน เอาความรู้สึกมาทำงาน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ตนได้หารือกับ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติ ไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องการอยู่ต่อ แต่เป็นเรื่องการปฏิรูปว่าจะทำอย่างไรในระยะต่อไป ซึ่งตนทำอยู่แล้วที่ผ่านมาในระยะต้น และระยะที่2ก็จะเอาที่ สปช.ทำมาดูว่าจะสามารถทำได้แค่ไหน เราคิดจะทำอยู่แล้ว ไม่ใช่ไม่ทำ แต่ไม่ใช่ว่าต้องรื้อกันทั้งระบบ ให้ตนอยู่ปีเดียว แล้วทำไมตนต้องทำทุกอย่างไว้ให้หมดเลย ที่พูดไม่ได้หมายความว่าอยากจะอยู่ต่อ เหมือนที่เคยบอกไว้ถ้าประเทศไทยยังเป็นเหมือนไก่วันตรุษจีน ไปไหนไม่ได้ ถึงเวลาก็ถูกเชือดหมด เพราฉะนั้นสื่อต้องดู ถ้าต้องการให้ประเทศไทยเป็นแบบนั้น ต้องเรียนรู้ว่าเราต้องเดินหน้าประเทศไทยอย่างไร ซึ่งต้องมีทั้งด้านความมั่นคง ศักยภาพอำนาจการรบที่มีตัวตน และไม่มีตัวตน แต่ก็มีคนทำลายทุกวัน วันหน้าไม่มีใครรบให้พวกท่านหรอก
เมื่อถามถึง กระแสข่าว คสช.กดดันให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ต้องไปดูว่าใครวิจารณ์ หากเป็นทางโซเชียลมีเดีย ก็ตามที่ตนบอกว่า ถ้าไม่อ่านเลยก็โง่ ถ้าเชื่อมากก็บ้า





