ผบ.ทบ.เผยเตรียมพร้อมกำลังพล อุปกรณ์ ช่วยเหลือพม่า ส่วนการช่วยเหลือคนไทยสั่งกำลังพลเตรียมพร้อมทุกเวลา
ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก-พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือปัญหาอุทกภัยในประเทศเมียนมาร์ว่า อุทกภัยที่เกิดขึ้นในเมียนมาร์ มีความสูญเสียมากพอสมควร ถือเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี ในส่วนของไทยได้เตรียมให้การเหลือทั้งในส่วนของเงิน และอุปกรณ์จำเป็นต่าง ๆ กองทัพบกมีการเตรียมพร้อม ทั้งเรื่องกำลังพลจำนวน 46 นาย และอื่น ๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยมีการแบ่งเป็นส่วนต่าง ๆ และสามารถเคลื่ิอนย้ายได้ตลอดเวลา เหมือนกับกรณีที่ส่งกำลังพลช่วยเหลือเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล เพียงแต่ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของแผ่นดินไหว นอกจากนั้นได้เตรียมสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น พร้อมที่จะนำไปช่วยเหลือในพื้นที่ ซึ่งได้ให้กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นผู้ประสานในส่วนรวม ส่วนกองทัพอื่นๆ ได้สั่งการให้เตรียมความพร้อม รวมทั้งให้เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบกประสานอย่างใกล้ชิด เพราะการช่วยเหลือต้องดำเนินการโดยเร็ว ถ้าช้าจะไม่ทันความต้องการ ซึ่งรายละเอียดต้องขออนุมัติจากรัฐบาล เพื่อดำเนินการต่อไป
พล.อ.อุดมเดช กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนในส่วนของคนไทยว่า ส่วนใหญ่การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนภายในประเทศ ทหารได้ให้ความช่วยเหลือตลอด ซึ่งขณะนี้มีแผนรองรับการแก้ปัญหาในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ป่าเขา ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างเช่นพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เกิดเหตุดินสไลด์ และดินถล่ม ทางการไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้โดยสะดวก ทหารก็เข้าไปดูแลประชาชนในพื้นที่ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีการนำอาหารไปส่ง ช่วยเหลือในด้านเครื่องมือในส่วนของเส้นทางที่มีปัญหา โดยร่วมมือกับในพื้นที่ รวมทั้งการมอบสิ่งของบรรเทาความเดือดร้อนต่างๆ
“ในส่วนของพื้นที่เขตเมือง พื้นที่ใดก็ตามที่เกิดน้ำท่วม ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน อย่างพื้นที่กทม. ทหารได้รับคำสั่งจากรัฐบาลให้เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือ ซึ่งมีการเตรียมแผน โดยผมได้สั่งการไปแล้วว่า เมื่อฝนเริ่มตั้งเค้าเมื่อไรกำลังพลต้องเริ่มแต่งตัว ฝนเริ่มตกกำลังพลเตรียมพร้อมขึ้นรถ ยานพาหนะ รอฟังข่าวจากในพื้นที่ว่าจะให้ลงไปช่วยในจุดใดบ้าง ถ้าฝนตกแล้วเกิดปัญหา และก่อนปัญหาจะเกิด ก็ต้องเคลื่อนกำลังพลไปในจุดที่ระวัง และคาดการว่าจะเกิดปัญหา และสามารถที่จะโยกไปในพื้นที่ต่างๆ ที่เดือดร้อนได้ทันที ซึ่งจะเกิดความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ โดยสั่งการไปยังทุกเมืองว่าต้องวางแผนและการปฏิบัติเช่นเดียวกับพื้นที่กทม.”





