วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บรรยิน'ขอโทษปิดบังความสัมพันธ์หญิงสาวที่'ชูวงษ์'โอนหุ้นให้

"พ.ต.ท.บรรยิน" เปิดใจทั้งน้ำตาการเสียชีวิต"ชูวงษ์" พร้อมขอโทษลูกและภรรยาชูวงศ์ที่ปิดบังความสัมพันธ์ของหญิงสาวที่ชูวงศ์โอนหุ้นให้

พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางมาพูดคุยเปิดใจในรายการชุมชนคนชอบช่วย ทางสถานีโทรทัศน์ เนชั่น ทีวี จากกรณีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน โดยมีพ.ต.ท.บรรยิน เป็นผู้ขับรถ รวมถึงกรณีความสัมพันธ์ระหว่างตนเอง นายชูวงษ์และหญิงที่รับโอนหุ้น

พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวว่า รู้จักกับนายชูวงษ์ มาตั้งแต่เริ่มเรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) เมื่อปี พ.ศ.2556 จึงมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันมากขึ้น จากนั้นก็ได้ชักชวนนายชูวงษ์เข้าเรียนที่สถาบันวิทยาการตลาดหุ้น (วตท.รุ่น20) เพราะมีความสนใจในเรื่องการเล่นหุ้นด้วยกัน ซึ่งก่อนหน้านี้นายบรรยินได้ชักชวนนายชูวงษ์ ให้ร่วมซื้อที่ดินติดแม่น้ำยาว 500 เมตร ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ โดยมีข้อตกลงกันว่าให้นายชูวงษ์ถือหุ้น 60 เปอร์เซ็น ส่วนตนเอง 40 เปอร์เซ็น

"นอกจากนี้ยังมีการลงทุนซื้อที่ดินร่วมกันอีก 1 แปลง ในจังหวัดพิษณุโลก โดยมีโครงการลงทุน 2 พันล้านบาท ร่วมกันเพื่อทำธุรกิจ ซึ่งพื้นที่ทั้ง 2 แปลง ถ้าคิดกำไรแล้ว คาดว่าน่าจะได้รับมากกว่าหุ้นที่กำลังตกเป็นกระแสข่าวอยู่ในขณะ จำนวนกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งถ้านายชูวงษ์เสียชีวิตไป ก็เท่ากับว่าตนเองนั้นไม่ได้ประโยชน์" พ.ต.ท.บรรยิน กล่าว

จนเมื่อช่วงกลางปี 2557 พ.ต.ท.บรรยิน ได้ชักชวนนายชูวงษ์ ร่วมกันตั้งพรรคการเมือง จนนำไปสู่การพูดคุยเรื่องของการตั้งพรรคการเมืองขึ้น โดยใช้ชื่อพรรคว่า"ชูชาติไทย" โดยมีนายชูวงษ์ เป็นหัวหน้าพรรคและพ.ต.ท.บรรยินเป็นเลขาธิการพรรค จึงเป็นที่มาของการตั้งกองทุนมีเป้าหมายอยู่ที่ 5 พันล้านบาท เพื่อจะจัดตั้งพรรคการเมือง

ส่วนหุ้นที่เป็นชื่อของนายชูวงษ์ มีทั้งหมด 3 พอร์ต โดยกองทุนแรกเป็นการร่วมทุนกันระหว่างเพื่อนร่วมชั้นเรียนวปอ. จำนวน 50 ล้านบาท โดยเพื่อนทุกคนไว้ใจใช้ชื่อของนายชูวงศ์ ส่วนอีกหนึ่งกองทุนเป็นของนายชูวงษ์เองจำนวน 50 ล้านบาท และกองทุนสุดท้ายมีประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งรวมทั้ง 3 พอร์ตแล้วมีประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งนายชูวงษ์ไว้ใจให้ตนเองเป็นผู้บริหารดูแลหุ้น

พ.ต.ท.บรรยิน ชี้แจงต่อว่าการโอนหุ้นให้กับพริตตี้และโบรกเกอร์สาว จำนวนกว่า 300 ล้านบาท นายชูวงศ์เซ็นโอนหุ้นให้ด้วยตนเองทั้งหมด ซึ่งขั้นตอนหลังจากนั้นก็จะมีการตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด ก่อนจะมีการโทรศัพท์และส่งอีเมลล์ยืนยันกับนายชูวงศ์ซึ่งเป็นผู้โอนหุ้น หากมีการปลอมแปลงเอกสารอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง นายชูวงศ์จะต้องรู้เป็นคนแรก

ก่อนหน้าที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นนั้น อยู่ในช่วงใกล้จบหลักสูตร สถาบันวิทยาการตลาดหุ้น หรือวตท. จึงได้ชักชวนเพื่อนร่วมกลุ่มและทางผู้ใหญ่ที่รู้จักอีกหลายท่าน ไปตีกอล์ฟเพื่อฉลองการเรียนจบหลักสูตร โดยนัดกันวันที่ 26 มิถุนายน เมื่อถึงวันเกิดเหตุ ตนเองได้โทรหานายชูวงศ์ โดยจะขอปรึกษาเรื่องการปลูกสร้างบ้าน จึงได้เดินทางไปพูดคุยที่บริษัทของนายชูวงศ์ แต่ก่อนเข้าบริษัทได้เจอกับคนขับรถนายชูวงษ์ จึงได้ทักว่า เจ้านายได้เอาอุปกรณ์ตีกอล์ฟมาด้วยหรือไม่ คนขับรถบอกว่าไม่ได้เอามา ตนจึงได้เข้าไปพูดคุยจนเสร็จธุระ จึงถามเรื่องอุปกรณ์ตีกอล์ฟกับนายชูวงศ์ ได้คำตอบว่า นายชูวงษ์เข้าใจผิด คิดว่านัดกันวันที่ 27 มิถุนายน นายชูวงศ์จึงได้สั่งคนขับรถให้ไปเอาอุปกรณ์ตีกอล์ฟที่บ้าน

ส่วนนายชูวงศ์จะเดินทางไปพร้อมตนเองซึ่งเป็นคนขับ จนมาถึงสนามกอล์ฟเลควูด มีการพบปะสังสรรค์ รับประทานทุเรียนก่อนจะตีกอล์ฟจนครบ 18 หลุม จึงได้กลับมานั่งดื่มไวน์ต่อ แต่สำหรับตนเองนั้นไม่ได้ดื่มไวน์เพราะต้องขับรถกลับบ้าน ส่วนนายชูวงศ์ได้ดื่มไวน์ 2 แก้ว หลังจากเสร็จกิจกรรม ก็ขับออกจากสนามกอล์ฟเพื่อจะไปส่งนายชูวงศ์ที่บ้านก่อน แต่ในขณะขับรถตนเองไม่ได้สังเกตุว่านายชูวงศ์คาดเข็มขัดนิรภัยหรือไม่ โดยระหว่างทางคาดว่านายชูวงศ์น่าจะหลับไป

จนขับมาถึงที่เกิดเหตุมีรถขับมาตัดหน้า จึงได้หักหลบจนไปชนฟุตบาททำให้รถลอยไปชนกับต้นไม้ ทำให้ตนเองสลบไปชั่วครู่ ก่อนจะได้ยินเสียงคนเคาะกระจกรถ พบว่าศีรษะของนายชูวงศ์ก้มหน้าอยู่ระหว่างคอนโซลกับเกียร์ จึงได้พยามนำตัวของนายชูวงศ์พลิกขึ้นแต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากตนเองก็ยังอยู่ในอาการบาดเจ็บ จึงได้โทรหามูลนิธิกู้ภัยร่วมกตัญญูพร้อมกับโทรศัพท์หาภรรยาของตนเองให้โทรบอกภรรยานายชูวงศ์ ขณะที่หน่วยกู้ภัยกำลังช่วยชีวิตโดยการปั๊มหัวใจนายชูวงศ์อยู่ มีเจ้าหน้าบอกกับนายบรรยินว่านายชูวงศ์ยังมีสัญญาณชีพอยู่แสดงให้เห็นว่านายชูวงศ์ไม่ได้เสียชีวิตมาก่อนหน้านี้

ผู้สื่อรายงานต่อว่านายบรรยินยอมรับว่ามีความสนิทสนมกับ 2 สาวที่รับโอนหุ้นจริง เนื่องจากว่านายชูวงศ์ขอให้ช่วยปกปิดเรื่องราวความสัมพันธ์กับสองสาวนี้กับครอบครัวนายชูวงศ์ ภายหลังจากมีการเช็คเบอร์โทรศัพท์ของตนเองและพบว่ามีเบอร์ที่ตนเองใช้โทรหาทั้งสองสาวบ่อยครั้ง เป็นเพราะว่านายชูวงศ์ยืมโทรศัพท์ไปใช้เพื่อต้องการหลบเลี่ยงภรรยา นอกจากนี้ยังมีเบอร์โทรศัพท์ของตนเองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องหุ้นนั้น เพราะว่านายชูวงษ์ นำเบอร์ของตนเองไปเข้าระบบด้วย

พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวทั้ง น้ำตาและฝากขอโทษไปยังครอบครัวนายชูวงศ์ในเรื่องการปิดบังความสัมพันธ์ของสองสาว ที่ได้รับโอนหุ้นและไม่เคยโกรธเคืองภรรยาและลูกของนายชูวงษ์เลย

"ต้องขอโทษเมียลูก ที่ได้ร่วมปกปิด ยอมรับว่าต้องทำช่วยเขา เพราะมีบุญคุณ ไม่เคยโกรธลูกเมียเขา เพื่อนจากไปแต่ทิ้งปัญหาไว้ให้เราแก้ ถ้าชูวงศ์ยังอยู่เชื่อว่าไม่มีปัญหา เขาจะเป็นเพื่อนผมตลอดไป เป็นความเสียใจที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น"พ.ต.ท.บรรยิน กล่าว