วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนช.ผ่านกฎหมายคุมเข้มธุรกิจรปภ.

สนช.ผ่านกฎหมายคุมเข้มธุรกิจรปภ. ห้ามผู้พ้นโทษคดีทางเพศเป็นรปภ.เด็ดขาด

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานการประชุมสนช. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ...ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวถือเป็นกฎหมายที่จัดระเบียบผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจรักษาความปลอดภัยและพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) โดยมีเนื้อหาสำคัญคือ เจ้าของธุรกิจรักษาความปลอดภัยและพนักงานรักษาความปลอดภัยต้องมีใบอนุญาต และให้มีคณะกรรมการกำกับธุรกิจรักษาความปลอดภัย โดยมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมมีบทลงโทษทั้งจำและปรับหากฝ่าฝืนกฎหมาย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมสนช.ส่วนใหญ่เห็นชอบตามร่างแก้ไขของคณะกรรมาธิการฯ มีเพียงร่างมาตรา 34 เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย โดยร่างของกรรมาธิการฯ กำหนดว่า ผู้ที่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน หรือความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด เว้นแต่เป็นความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ก่อนวันขอรับใบอนุญาตนั้น 

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. กล่าวอภิปรายไม่เห็นด้วยที่จะให้ผู้ต้องโทษในคดีความผิดทางเพศ แม้จะพ้นโทษแล้ว เข้ามาทำงานหน้าที่รปภ.เพราะอาจจะกระทบและเป็นอันตรายกับเด็กและผู้หญิง โดยเฉพาะอาชีพนี้มีความใกล้ชิดกับคน ผู้บริโภค ที่ต้องการความปลอดภัย ส่วนความ ผิดอื่นๆ ยังทำใจให้ยอมรับได้ แต่คนที่ทำความผิดในเรื่องเพศ ยอมรับไม่ได้จริง โดยเฉพาะเหตุผลที่บอกว่าไม่มีคน หรือขาดแคลนบุคลากร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรรมาธิการฯได้เสนอให้เพิ่มระยะเวลาการพ้นโทษจาก 3 ปีเป็น 5 ปี แต่นายวัลลภก็ยืนยันความเห็นเดิม โดยมีนางนิพัทธา อมรรัตนเมธา สนช.กล่าวสนับสนุนเห็นด้วย โดยกล่าวว่าผู้กระทำความผิดทางเพศ แม้จะมีอายุเท่าใด นิสัยไม่มีวันเปลี่ยน จึงมีความเสี่ยงที่จะให้ทำหน้าที่รปภ. โดยท้ายสุดกรรมาธิการฯได้ยอมที่จะแก้ไขร่างกฎหมาย โดยตัดสิทธิ์ไม่ให้ผู้ที่กระทำความผิดทางเพศเข้าทำหน้าที่รปภ. ทั้งนี้ภายหลังการพิจารณาเรียงลำดับรายมาตราเสร็จสิ้นแล้ว ที่ประชุมมีมติเห็นชอบวาระ 3 ด้วยคะแนน 172 ไม่เห็นด้วย 1 เสียง และงดออกเสียง 5 เสียง ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป ทั้งนี้กฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ภายใน 120 วัน นับตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา