วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยื่นกมธ.ยกร่างฯ ไม่ให้ยกเลิก'สสส.-ไทยพีบีเอส' ใช้ภาษีบาป

เครือข่ายประชาชนยื่นกมธ.ยกร่างฯ ไม่ให้ยกเลิก "สสส.-ไทยพีบีเอส-กองทุนกีฬา" ใช้ภาษีบาปโดยตรง

เครือข่ายองค์กรภาคีด้านสุขภาพ อาทิ เครือข่ายแรงงาน เครือข่ายครอบครัว ตลอดจนตัวแทนภาคเอกชน นำโดย นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ยื่นหนังสือต่อนายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อคัดค้านการยกเลิกกฎหมายจัดเก็บและจัดสรรภาษี เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะหรือภาษีบาป โดย นายมณเฑียร กล่าวว่า ขณะนี้มีการเสนอให้มีการยกเลิกการจัดเก็บภาษีดังกล่าว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เห็นด้วย โดยมีเหตุผล 5 ข้อ ประกอบด้วย 1.เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นสาธารณะ ที่ไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณะมาก่อน และสาธารณชน ไม่เคยมีส่วนร่วม หรือให้ความคิดเห็นอะไรทั้งสิ้น

2.ภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เป็นวิธีการหรือเครื่องมือทางงบประมาณที่ประเทศต่างๆในโลกใช้ในการจัดสรรภาษีหรือรายได้ในสัดส่วนจำกัด การยกเลิกกฎหมายไม่จัดเก็บภาษีประเภทนี้ จะทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในการทำเครื่องมือทางการเงิน การคลัง มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

3.การจัดเก็บภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ของพ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) และพ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทยที่มีวงเงินจากภาษีสรรพสามิต ยาสูบและสุราที่เรียกเก็บเพิ่มจากภาษีที่เข้าคลังตามปกติ คิดรวมกันเพียงประมาณ ร้อยละ 0.3 - 0.4 ของงบประมาณแผ่นดินเท่านั้น ดังนั้นการยกเลิกกฎหมายที่มีอยู่และห้ามไม่ให้มีอีกในอนาคต โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับความไม่เพียงพอของงบประมาณปกติ นับไม่ว่าสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง 

4.แหล่งภาษีดังกล่าว เป็นการจัดเก็บเพิ่มจากภาษีสรรพสามิตยาสูบและสุรา ไม่ได้แบ่งจากภาษีที่รัฐบาลยังคงเก็บเข้าคลังเต็มจำนวนอยู่แล้ว การยกเลิกกลไกภาษีเฉพาะนี้ จึงเป็นมาตรการที่อุตสาหกรรมทั้งสอง ได้ประโยชน์ เพราะการยกเลิกภาษีเฉพาะนี้ จะกลับคืนไปเป็นผลกำไร ของธุรกิจยาสูบและสุรา 5.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้ยึดถือหลักการพลเมืองเป็นใหญ่ แต่กลับมีแนวโน้มทำลายกลไกทางสังคม ต่อไปจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่ออนาคตของประเทศไทย  

ด้าน นายมานิจ กล่าวภายหลังการรับหนังสือว่า ขณะนี้มีความเข้าใจที่ไม่ตรงกันต่อประเด็นการจัดเก็บภาษีบาป เพราะไม่ได้เป็นการยกเลิก แต่ให้ใช้เงินอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยในวันที่ 10 – 11 ส.ค.นี้ กมธ.ยกร่างฯ จะพิจารณาทบทวนประเด็นดังกล่าว