วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปวีณา'ช่วยลูกเรือประมงไทยกลับจากอินโดฯ

“ปวีณา”ช่วยลูกเรือประมงไทยกลับจากอินโดนีเซีย หลังถูกจับกุมรุกล้ำน่านน้ำ

ปทุมธานี-นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แถลงข่าวการให้ความช่วยเหลือลูกเรือประมงไทย 69 คน กลับจากประเทศอินโดนีเซีย ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ถนนรังสิต-นครนายก คลอง 7 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยลูกเรือประมงไทย 69 คน หลังถูกทางการอินโดนีเซียจับกุมฐานลุกล้ำน่านน้ำ และถูกควบคุมตัวที่เมืองปอนเตียนะก์ จังหวัดกะลิมันตันตะวันออก นานกว่า 6 เดือน ต้องทนทุกข์ทรมาน ด้านนายจ้างก็ไม่เหลียวแลให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด จนกระทั่งทั้งหมดรวมตัวกันร้องขอความช่วยเหลือผ่านเฟซบุ๊กมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีขอให้ประธานมูลนิธิปวีณาฯช่วยเหลือให้ได้กลับบ้านเกิด ซึ่งลูกเรือประมงไทยทั้ง 69 คน มีจำนวน 39 คนที่ร้องขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิปวีณาฯ ส่วนอีก 30 คน ร้องขอความช่วยเหลือจากกระทรวงต่างประเทศจากการประสานงานของมูลนิธิปวีณาฯและกระทรวงการต่างประเทศ ที่เร่งให้การช่วยเหลือ ทำให้ทางการอินโดนีเซียได้ปล่อยตัวลูกเรือประมงไทย 69 คน และทั้งหมดเดินทางกลับถึงประเทศไทยโดยสายการบิน Air Asia เที่ยวบินที่ QZ 252 เมื่อเวลา 20.10 น. ของวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา 

ขณะนี้แรงงานประมงไทย ที่ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯยังตกค้างอยู่อีก 13 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ป่วยอยู่โรงพยาบาล 1 คน ซึ่งทางมูลนิธิปวีณาได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เร่งช่วยเหลือแล้ว ซึ่งทุกคนที่ตกค้างไม่มีหลักฐานใดๆ โดยทางมูลนิธิปวีณาฯ เร่งได้ประสานตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (ปคม.) หาหลักฐานจากทะเบียนกลางให้การรับรองความเป็นคนไทยเพื่อจะได้สามารถเดินทางกลับประเทศได้

ด้านนายทวีวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด 1 ในลูกเรือประมงที่ถูกหลอกไปทำงาน กล่าวว่า ได้เดินทางมาหางานทำที่กรุงเทพฯ ถูกหลอกจากหัวลำโพง และมีหลายคนที่ถูกหลอกไปจากสนามหลวงและหมอชิต โดยมีนายหน้าชักชวนให้ไปทำงานคัดแยกปลาที่มหาชัย จ.สมุทรสาคร จะมีรายได้ดี แต่เมื่อไปตกลงและเดินทางไปถึงที่มหาชัย กลับถูกส่งต่อไปลงเรือที่สงขลา แรงงานบางคนปฎิเสธไม่ยอมลงเรือ แต่นายจ้างอ้างว่าได้จ่ายเงินให้กับนายหน้าที่พามาส่งแล้วก็ต้องทำงานใช้หนี้โดยไม่ได้รับค่าแรง หากอยากได้เงินล่องเรือไปหาปลาในน่านน้ำอินโดนีเซีย และนายจ้างได้จัดทำหนังสือคนประจำเรือให้และจนกระทั่งถูกจับกุมตัว

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า ขณะนี้แรงงานประมงทั้ง 39 คน อยู่ในความดูแลของมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และได้จัดที่พักให้อยู่ร่วมกับญาติระหว่างที่ต้องสอบปากคำเพื่อคัดแยกเหยื่อ โดย พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง ผู้บังคับการกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.) ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ปัญญา ปิ่นสุข รองผู้บังคับการกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (รอง ผบก.ปคม.) และพ.ต.ท.ชูศักดิ์ อภัยภักดิ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (ปคม.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ สอบข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งในจำนวน 39 คน มีส่วนหนึ่งที่เข้าข่ายถูกหลอกค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงานในเรือประมง เมื่อทางการอินโดนีเซียตรวจสอบกับทางการไทยก็พบว่าหนังสือคนประจำเรือทั้งหมดเป็นเอกสารปลอม

และในวันจันทร์ที่ 3 ส.ค. เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ จะนำผู้เสียหายทั้งหมดไปสอบปากคำอย่างเป็นทางการที่กองบังคับการปรบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (ปคม.) โดยมีพนักงานสอบสวน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และ กระทรวงแรงงาน ร่วมสอบปากคำ ซึ่งแรงงานทั้งหมดประสงค์จะแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของเรือ นายหน้า และผู้ที่หลอกลวงค้ามนุษย์ เนื่องจากนายจ้างได้ให้แรงงานทุกคนใช้หนังสือคนประจำเรือปลอมเพื่อให้ทางการอินโดนีเซียเชื่อว่า ทางการไทยได้อนุญาตให้แรงงานทำการประมงบนเรือจริง แต่เอกสารทั้งหมดเป็นของปลอมทั้งสิ้น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว และแรงงานประมงทั้งหมดจะทำการฟ้องกับกระทรวงแรงงานเพื่อเรียกเงินชดเชยค่าแรงที่ไม่ได้รับระหว่างที่ทำงานบนเรืออีกด้วย.