"วิษณุ"ลั่นปรับครม. พูดส่งเดชไม่ได้ ชี้ อำนาจเป็นของ"นายกฯ"คนเดียว แนะฐานะอดีตเลขาฯครม. ต้องคิดตั้งแต่ต้น ราบรื่นช่วงไหนให้ทำช่วงนั้น
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยอ้างอิงถึงการขึ้นกล่าวบนเวทีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในงานแต่งงานลูกชายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เมื่อวันที่25ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งพาดพิงถึง นายสมคิด รวมถึงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยว่า สิ่งที่นายกฯ พูดในงาน ตนคิดว่าไม่มีอะไร เป็นการพูดธรรมดาเท่านั้น ซึ่งนายกฯ พูดคุยกับคนเหล่านั้นก่อนที่จะขึ้นเวที พอขึ้นเวทีก็มองเห็นคนเหล่านั้น นายกฯก็เลยพูดถึง แต่ถ้าในใจนายกฯ คิดอย่างไร ตรงนี้ตนไม่รู้ ทั้งนี้ ยืนยันว่า การปรับครม.เป็นอำนาจของนายกฯ เพียงคนเดียวเพราะเรื่องเหล่านี้จะพูดกันส่งเดชไม่ได้ จึงไม่เข้าใจว่าจะต้องถามเรื่องปรับครม.กับคนอื่นอยู่ทำไม
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ตนเคยอยู่ในเหตุการณ์การปรับครม.มาก็มาก รู้ว่ารัฐบาลที่ประกอบด้วยพรรคต่างๆ นั้น จะไม่เหมือนกับช่วงเวลานี้ แต่ในสมัยที่ตนเป็นเลขาฯ ครม. โดยมากนายกฯ ในสมัยนั้น จะใช้ตนให้ไปถามพรรคต่างๆ ว่าจะร่วมครม.ด้วยหรือไม่ ถามให้ก็จบในทีเดียว เพราะนายกฯ เกรงว่าหากปรับไปคนหนึ่งแล้ว และมีคนอีกพรรคหนึ่งเข้ามาอีกทีหลัง ก็จะเป็นการรบกวนเบื้องพระยุคลบาทเนื่องจากต้องเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลในสมัยนี้ไม่ใช่รัฐบาลผสมคำว่าอยู่ที่นายกฯ จึงค่อนข้างตรงกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีเคยพูดเรื่องปรับครม.ด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี ต่อให้นายกฯ คิด นายกฯก็ไม่พูดเรื่องนี้กับตน แต่จะพูดกับเลขาครม.หรือไม่ ตนไม่รู้ เพราะเลขาฯ ครม.มีหน้าที่ในเรื่องนี้ เพราะส่วนมากนายกฯ จะปรึกษาเลขาครม.เป็นเรื่องปกติ เพื่อให้รู้ขั้นตอนกระบวนการ อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่า การปรับครม. เป็นการเอาคนออกนั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่การตั้งคนใหม่ต้องมีพระบรมราชโองการ ต้องขอเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ บางครั้งแต่งตั้งแล้วแต่ไม่สามารถเข้าเฝ้าถวายสัตย์ได้ จึงยังค้างอยู่ คนเก่าออกไปแล้ว คนใหม่ยังไม่เข้ามาก็จะทำให้งานเกิดปัญหา ฉะนั้น ทุกอย่างต้องคิดให้หมดตั้งแต่ต้นว่าจะราบรื่นในช่วงใด เราจึงทำในช่วงนั้น





