วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'คำนูณ'เผยเขียนบทเฉพาะกาลให้เจตนารมณ์นำไปใช้

“คำนูณ” เผยเขียนบทเฉพาะกาลให้เจตนารมณ์นำไปใช้ กรณีเขียนร่างกฎหมาย-ตีความรธน.ด้านกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ชัดเจนใช้ตัวร่างของครม.

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ ถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาบทบัญญัติและบันทึกเจตนารมณ์ ว่าขณะนี้การเขียนบันทึกเจตนารมณ์ได้พิจารณาไปแล้วประมาณ70มาตรา โดยการเขียนเจตนารมณ์นั้นต้องใช้ความรอบคอบ เพราะในบทเฉพาะกาลนั้นได้กำหนดหลักประกันของการนำเจตนารมณ์ไปบังคับใช้ ด้วยการกำหนดให้เมื่อมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ , พระราชบัญญัติ หรือการพิจารณาตีความบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญต้องนำรายละเอียดของเจตนารมณ์ไปพิจารณาเป็นสำคัญด้วย ขณะที่การพิจารณาร่างในเนื้อหาที่ว่าด้วยการปฏิรูป จำนวน4มาตรานั้นขณะนี้ได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อย ส่วนกลไกของการขับเคลื่อนการปฏิรูปนั้นมีความชัดเจนแล้วว่าจะปรับเนื้อหาให้เป็นไปตามข้อเสนอของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เสนอให้ปรับเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ แต่ยังมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม เช่น การนำรายละเอียดไปเขียนไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือ พระราชบัญญัติ เป็นต้น ขณะที่ประเด็นกรรมการยุทธศาตร์ฯ ซึ่งครม. เสนอให้เป็นโดยตำแหน่ง อาทิ ประธานรัฐสภา, นายกฯ, ประธานศาลฎีกา ซึ่งอาจขาดหลักประกันเรื่องประสิทธิภาพของการทำงานนั้น ส่วนตัวมองว่าหากกรรมการฯ มีความตระหนักว่ามีปัญหาใดเกิดขึ้น และไม่ต้องการให้กลับไปมีความขัดแย้งเหมือนก่อนวันที่22พ.ค.57เพราะการเขียนเนื้อหาหรือข้อกำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร หากไร้ความตระหนักคงไม่สามารถทำงานให้มีประสิทธิภาพได้

นายคำนูณ กล่าวด้วยว่าสำหรับประเด็นของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้น เบื้องต้นต้องมีการพิจารณาสะสางอีกครั้งหลังจากที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2558นำชื่อของสภาขับเคลื่อนฯ ไปใช้ ดังนั้นต้องพิจารณาให้เกิดความชัดเจน นอกจากนั้นยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมคือกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ที่ครม. ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้ง ที่ต้องเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย เพื่อให้เกิดความสอดคล้อง

นายคำนูณ กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ระบุว่าจะจัดทีมถล่มเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นสิทธิที่สปช. จะดำเนินการได้ แต่ตนอยากให้รอพิจารณาเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะส่งให้สปช. พิจารณาภายวันที่22ส.ค. นี้ และจากนั้นสปช.จะมีเวลาดูเนื้อหาอีก15วันก่อนที่จะใช้วิจารณญาณว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยตนเชื่อว่าสปช.ทุกคนเป็นผู้ใหญ่และมีประสบการณ์ในสาขาวิชาที่ถนัดจะพิจารณาเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญได้ ทั้งนี้ตนไม่เชื่อว่ากระแสที่สปช. ต่อท่าทีการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะเป็นเรื่องของการต่อรองให้มีการแก้ไขบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นส.ว.ที่มีข่าวว่ามีความต้องการให้ปรับเป็นจากการสรรหาทั้ง200คน ทั้งนี้ในประเด็นดังกล่าวยังไม่มีผู้ใดเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา

“ตามทฤษฎีแล้วการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทำได้จนกว่าจะส่งร่างรัฐธรรมนูญให้สปช. แต่ในทางปฏิบัติแล้วกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะไม่ปรับในสาระสำคัญที่ได้มีมติไปแล้ว เว้นแต่เป็นกรณีที่จำเป็นจริงๆ และมีความเสียง มีความเห็นให้พิจารณาให้รอบคอบ ขณะที่เวลาพิจารณาหากเป็นรายละเอียดที่ไม่มากและไม่กระทบหลายมาตราก็ยกมาพิจารณาได้ แต่หากมีสาระสำคัญที่กระทบมาตราอื่นๆ ต้องมาพิจารณา ทั้งนี้ผมยืนยันว่าการทำงานของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญโปร่งใส” นายคำนูณ กล่าว