"สรรเสริญ" อัดคนปล่อยข่าวปรับคณะรัฐมนตรี หวังฉุดความเชื่อมั่นในการลงทุน ชี้รัฐบาลมีภารกิจมาก คงไม่ล่าตัวคนปล่อยข่าว
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า รัฐมนตรีหลายคนอธิบายแล้วว่าการจะปรับหรือไม่ปรับครม.เป็นดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี แต่ยังมีกระแสข่าวออกมาเป็นระยะๆ ซึ่งตนเข้าใจว่าผู้ที่ปล่อยข่าวน่าจะไม่หวังดี สร้างความไม่มั่นใจกับนักธุรกิจนักลงทุน เพราะฉะนั้นตนขอชี้แจงประชาชนว่าอะไรที่เป็นแหล่งข่าวก็ขอให้ไตร่ตรองดูตามขั้นตอนที่ถูกต้อง และไม่ตื่นตระหนกตกใจ เพราะถ้ามีการปรับครม.จริง จะมีคำสั่งออกมาอย่างชัดเจน และไม่เชื่อว่ารัฐมนตรีทั้งหลายที่ทำงานด้วยกันจะมีวัตรปฏิบัติในทำนองไม่บอกใครแล้วไปยื่นใบลาออกจากนั้นมาให้ข่าวกับสื่อมวลชน ทั้งนี้นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง และพล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงแล้วถึงกระแสข่าวการลาออก
เมื่อถามว่าทราบหรือไม่ว่าคนปล่อยข่าวอยู่ในกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองก่อนหน้านี้ หรือเป็นคนในซีกรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่ได้ติดตามขนาดนั้น และไม่เชื่อว่าจะเป็นคนในรัฐบาล เพราะไม่รู้ว่าจะไปสร้างข่าวเพื่อให้เกิดความวิตกทำไม สื่อมวลชนก็น่าจะรู้ เพราะเป็นคนไปได้แหล่งข่าวมารายงานแหล่งข่าว คงไม่ใช่อากาศธาตุ ถามจากใครมาก็ต้องรู้ดี ดังนั้นตนคงต้องถามกลับว่าสื่อมวลชนได้ข่าวมาจากใคร เมื่อถามว่าต่อจำเป็นต้องหาตัวคนปล่อยข่าวหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า รัฐบาลมีภารกิจที่ต้องทำมาก เพราะทราบดีว่ามีเวลาจำกัด แต่ฝ่ายความมั่นคงพยายามทำทุกอย่างที่จะดูแลพวกข่าวลือหรือข่าวสร้าง โดยเห็นได้ว่าพวกที่ปล่อยข่าวทั้งหลายถูกจับกุมเป็นระยะๆ ฉะนั้นก็อยู่ในกระบวนการที่เขาดำเนินการ แต่จะได้เมื่อไหร่นั้น ตนคงไปตอบแทนฝ่ายความมั่นคงไม่ได้
ต่อข้อถามว่ากระแสข่าวที่ออกมาเป็นเพราะสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจหรือไม่ ทำให้มีกระแสปรับครม.เศรษฐกิจ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ปัญหารัฐบาลมีหลายเรื่องที่กำลังพยายามแก้ไข ทุกฝ่ายทำงานกันอย่างเต็มที่ แต่จะทำได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ก็ต้องยอมรับอย่างที่นายกรัฐมนตรีเคยพูดว่าปัญหาต่างๆสะสมมานาน ซึ่งเราแก้ไขแบบมีระบบ ส่วนเรื่องเศรษฐกิจนั้น เท่าที่ฟังดูก็เห็นว่าทีมเศรษฐกิจได้แก้ปัญหา 2 ประการควบคู่กันไป คือแก้ปัญหาในส่วนโครงสร้าง ขณะเดียวกันไม่ได้ละเลยที่จะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพื่อให้เม็ดเงินได้หมุนเวียน แต่ไม่ใช่ลักษณะประชานิยม เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะเรื่องเพื่อให้ผู้มีรายไดน้อยสามารถมีชีวิตสามารถได้รับอานิสงค์ของการแก้ปัญหาระยะยาวได้ทำทั้ง 2 ส่วน





