วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พุทธะอิสระ'จี้ดีเอสไอ-อัยการ เร่งรัดคดี'ธัมมชโย'

"พุทธะอิสระ" จี้ ดีเอสไอ-อัยการ เร่งรัดคดี "ธัมมชโย" หลังยืดเยื้อนานกว่า 17 ปี บี้จบก่อนพิธีถวายพระเพลิง สมเด็จพระสังฆราชฯ

หลวงปู่พุทธะอิสระ เข้ายื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด ผ่านนายโกศลวัฒน์อินทุจันทร์ยงรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอให้อัยการเร่งรัดการตรวจสอบคดีเกี่ยวกับพระธัมมชโยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายซึ่งมีการดำเนินคดีนานกว่า7ปี สืบพยานบุคคลไปแล้ว92ปาก แต่นายพชรยุติธรรมดำรงอดีตอัยการสูงสุด กลับมีคำสั่งให้ถอนฟ้องคดีตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี2549ในสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร ซึ่งให้เหตุผลว่าเพื่อให้เกิดความปรองดองในประเทศ

หนังสือดังกล่าวระบุว่า หากอัยการสูงสุดไม่มีความเห็นถอนฟ้องปัจจุบันคงไม่เกิดเหตุยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ที่สร้างความเสียหายให้สมาชิกกว่า50,000ราย ทั้งนี้ ขอให้อัยการสูงสุดเร่งรัดคดีที่ยืดเยื้อมานาน17ปี ให้จบสิ้นก่อนมีการถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระสังฆราชฯเนื่องจากพระวินิจฉัยของพระสังฆราชให้พระธัมมชโยปาราชิก ถือเป็นกฎหมายแต่ถูกมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) เบี่ยงเบนว่า เป็นพระลิขิตหรือบันทึกช่วยจำเท่านั้น

หลวงปู่พุทธะอิสระกล่าวถึงกรณีที่ศิษย์วัดพระธรรมกาย ขู่จะรวมตัวกดดันให้ยุติการดำเนินการใด ๆ กับพระธัมมโยว่าเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะไม่ยอมให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายซึ่งท่าทีของพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ได้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพระสงฆ์ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมายมองว่าประชาชนต้องเลือกระหว่างธรรมะหรือธรรมกาย โดยกรณีของพระธัมมชโย ไม่มีประเด็นต้องวินิจฉัยให้ยุ่งยาก เพราะมีความชัดเจนจากพระวินิจฉัยของพระสังฆราชแล้ว

ด้านรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานได้ตรวจสอบ การสั่งถอนฟ้องคดีพระธัมมชโยเสร็จสิ้นแล้ว และได้นำเสนอมติให้อัยการสูงสุดพิจารณา แต่ในขั้นตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยมติดังกล่าวได้ จนกว่าอัยการสูสุดจะมีความเห็น เชื่อว่าคดีจะมีข้อยุติเร็วๆ นี้ส่วนมติครม.ปี2549 ที่ให้อัยการสูงสุดถอนฟ้องนั้นจะขอกลับไปตรวจสอบอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ หลวงปู่พุทธะอิสระได้เดินทางไปเร่งรัดคดีกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตามที่ได้ยื่นคำร้องไว้ก่อนหน้านี้ รวม3ประเด็น ประกอบด้วย 1.การใช้คำสั่งถอนฟ้องพระธัมมชโย2. การเข้าไปเกี่ยวพันกับการยักยอกทรัพย์สหกรณ์ฯ และ 3. การถวายรถยนต์ให้พระสงฆ์ชั้นผู้ในมหาเถรสมาคม ที่เข้าข่ายเป็นการจูงใจเจ้าพนักงาน