“ณรงค์” หนุนเดินหน้าต่อติดตั้งซีซีทีวี ในโรงเรียนภาคใต้ ชี้กรณีระบุว่ามีทหารแทรกแซง ต้องหาข้อมูลรอบด้าน
พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีข่าวที่เครือข่ายภาคประชาชนต้านทุจริตและคอรัปชั่นการร้องเรียน โดยระบุว่ามีฝ่ายความมั่นคงเข้าแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด(CCTV)ให้แก่โรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 12 เขตพื้นที่ฯตามโครงการเซฟโซนสคูล (ซีซีทีวี) งบประมาณ 577 ล้านบาท ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ว่า ตนได้รับทราบเรื่องนี้จากหนังสือร้องเรียน และ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ ซึ่งกำกับดูแล สพฐ. ก็ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ส่วนที่ระบุว่ามีทหารเข้าไปแทรกแซงการทำงานของเขตพื้นที่การศึกษานั้น จะเชื่อหนังสือร้องเรียนแล้วปรักปรำใครในทันทีไม่ได้ ต้องหาข้อมูลก่อน ซึ่งก็ต้องรอผลการสืบหาข้อเท็จจริง และหากพบว่าเป็นจริงตามที่ร้องเรียนก็ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาให้ดำเนินการ แต่ก็ยังไม่ได้ปรักปรำใคร
“ส่วนตัวเห็นว่าการติดตั้งกล้องซีซีทีวีเป็นประโยชน์ และมีงบประมาณสนับสนุนก็ควรดำเนินการต่อไป เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ ถึงแม้ในพื้นที่จะมีกล้องซีซีทีวีของหน่วยงานความมั่นคง และทางจังหวัดแล้ว แต่หากมีของทางการศึกษาเราเสริมเข้าไปด้วยจะช่วยดูแลความปลอดภัยได้มากขึ้น แต่การดำเนินการต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ถูกต้องตามระเบียบราชการ ที่สำคัญราคาต้องเหมาะสมกับคุณภาพของอุปกรณ์ด้วย”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ทราบว่าในระหว่างที่มีการตรวจสอบอยู่ในขณะนี้ ทาง สพฐ.ได้สั่งการให้ดำเนินการต่อไปได้แล้วหลังจากที่ได้ให้ชะลอไประยะหนึ่ง โดยให้เริ่มต้นใหม่ในจุดที่ดำเนินการไม่ถูกต้องโดยพิจารณาตามแนวปฏิบัติ 3 ขั้นตอนเพื่อนำไปตรวจสอบว่าขั้นตอนใดที่ไม่ถูกต้องก็ให้เริ่มทำในขั้นตอนนั้นใหม่ได้แก่ 1.ให้ตรวจสอบว่าสเปกและราคากลางที่กำหนดไว้เดิมเหมาะสมหรือไม่ 2.การตั้งคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างที่เดิมกำหนดให้มีฝ่ายความมั่นคงมีความจำเป็นหรือไม่และ 3.ประกาศประกวดราคาการจัดซื้อจัดจ้างให้สาธารณชนรับทราบเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งไม่สั่งให้ยุติหรือระงับโครงการ




