วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลนัดฟังคำสั่งรับฟ้องหรือไม่'กองทัพบก'ฟ้องหมิ่น'ทักษิณ'

ศาลนัดฟังคำสั่งรับฟ้องหรือไม่"กองทัพบก"ฟ้องหมิ่น"ทักษิณ" วิจารณ์การเมืองไทย-ยึดอำนาจพาดพิงทหาร-องคมนตรี 28 ส.ค.นี้ 09.00 น.

ที่ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 20 ก.ค.58 เวลา 09.30 น. ศาลไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ครั้งแรก คดีหมายเลขดำ อ.1824/2558 ที่กองทัพบก มอบอำนาจให้ พล.ต.ศรายุทธ กลิ่นมาหอม ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญ ทหารบก เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328

ตามคำฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 26 พ.ค.58 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 19 -22 พ.ค.58 จำเลย ได้ใส่ความโจทก์ว่า เป็นบุคคลน่ารังเกียจ เป็นอันตรายต่อประเทศชาติ และเป็นบุคคลที่ทำความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ ซึ่งไม่ใช่ความจริง โดยจำเลยได้ให้สัมภาษณ์ ถึงการเมืองในประเทศไทย ที่มีการเผยแพร่ผ่านยูทูปและสื่อออนไลน์ ซึ่งการกระทำนั้น ส่งผลให้ให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง

โดย พล.ต.ศรายุทธ กลิ่นมาหอม ผอ.สำนักงานพระธรรมนูญ ทหารบก ผู้รับมอบอำนาจจากกองทัพบก โจทก์ เดินทางมาเบิกความด้วยตนเอง พร้อมยื่นแผ่นซีดีและคำถอดเทปการสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ วันที่ 22 พ.ค.58 ส่งศาลด้วย ซึ่งพล.ต.ศรายุทธ เบิกความสรุปว่า ระหว่างวันที่ 19 -22 พ.ค.58 พ.ต.ท.ทักษิณ จำเลย ได้ให้สัมภาษณ์จากประเทศเกาหลี เกี่ยวกับการยึดอำนาจกระทบต่อองคมนตรี และทหารที่หมายถึงกองทัพบก รวมทั้งกล่าวหาว่าโจทก์ชื่นชอบประชาธิปไตยแบบประเทศพม่า ซึ่งทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ซึ่งการให้สัมภาษณ์อยู่ในบรรยากาศที่เป็นห้องส่วนตัว แต่ไม่ทราบว่ามีบุคคลอื่นอยู่ด้วยหรือไม่ โดยเนื้อหาการสัมภาษณ์ส่วนหนึ่งในวันที่ 22 พ.ค.58 มีการพูดการยึดอำนาจ องคมนตรี และทหาร ซึ่งการยึดอำนาจที่ผ่านมา กองทัพบกเป็นผู้ริเริ่มจริง แต่ไม่ได้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือพวกพ้อง แต่เพราะก่อนหน้านั้นเกิดความขัดแย้งของหลายฝ่ายจนหาทางออกไม่ได้และมีการใช้อาวุธสงครามจนมีผู้บาดเจ็บเสียชีวิต ที่จะกระทบต่อความมั่นคง สังคม เศรษฐกิจ กองทัพบก จึงต้องสร้างความสงบสุข และป้องกันเหตุการณ์ไม่ให้เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ ขณะที่การยึดอำนาจไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ เพราะเท่าที่ทราบประชาชน 80-90 % และนักวิชาการส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย ก็มีบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยแต่ก็มีจำนวนน้อย ขณะที่การยึดอำนาจนั้นไม่ได้มีผู้ใดสั่งการไม่ว่าจะเป็นองคมนตรีหรือขบวนการในวัง และโจทก์ ไม่เคยมีแนวคิดเป็นเผด็จการ เหมือนประเทศพม่า ตามที่จำเลยสัมภาษณ์

ทั้งนี้ พล.ต.ศรายุทธ กลิ่นมาหอม ผอ.สำนักงานพระธรรมนูญ ทหารบก ยังตอบการซักค้านของทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยว่า การชุมนุมของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ กลุ่ม กปปส. ไม่ได้เรียกร้องให้มีการยึดอำนาจ แต่เป็นการชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขณะนั้นลาออก โดยการยึดอำนาจไม่ได้ทำให้ฝ่ายบริหารและสภาเสียหาย แต่การยึดอำนาจสืบเนื่องจากที่ฝ่ายบริหารทำให้เกิดความเสียหาย ส่วนที่ผ่านมาประชาชนไม่สามารถออกมาชุมนุมก็เนื่องมาจากมีกฎอัยการศึกแต่ก็เพราะก่อนหน้าที่จะมีการยึดอำนาจเคยเกิดการชุมนุมจนไม่สามารถจัดการได้ จึงต้องใช้กฎอัยการศึกควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ส่วนถ้อยคำสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ส่วนหนึ่งก็ทราบมาจากเฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อ หยุดดัดจริตประเทศไทย แต่การโพสต์ลงสื่อโซเชียลไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นใคร

ภายหลัง พล.ต.ศรายุทธ กลิ่นมาหอม ผอ.สำนักงานพระธรรมนูญ ทหารบก เบิกความเสร็จสิ้นแล้ว อัยการแถลงหมดโจทก์ที่จะนำมาไต่สวนมูลฟ้องอีก ดังนั้นศาลจึงนัดฟังคำสั่งว่าจะรับฟ้องคดีนี้หรือไม่ ในวันที่ 28 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

ขณะที่ พล.ต.ศรายุทธ กลิ่นมาหอม ผอ.สำนักงานพระธรรมนูญ ทหารบก กล่าวว่า ในวันนี้ ก็เดินทางมาเป็นพยานไต่สวนมูลฟ้อง ซึ่งได้กล่าวถึงถ้อยคำ ตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ ทั้งนี้หากภายหลังศาลมีคำสั่งรับฟ้องแล้ว เรื่องการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ดำเนินคดี ก็คงเป็นกระบวนการในชั้นศาล โดยคดีนี้เป็นคดีเดียวที่กองทัพบก ได้ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ เอง

เมื่อถามถึงกรณีที่พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) สอบสวนดำเนินคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ นั้น กองทัพบกจะพิจารณา ยื่นฟ้องคดีเองต่อศาลโดยตรงด้วยหรือไม่

พล.ต.ศรายุทธ กล่าวว่ากองทัพบก จะยื่นฟ้องในส่วนที่มีการพาดพิงถึงหน่วยงานเท่านั้น ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับความผิด มาตรา 112 ให้เป็นหน้าที่ของ ปอท.

ด้านนายวันชัย รุจนวงศ์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานพนักงานสอบสวนในคดี ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กระทำความฐาน ดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ

จากเหตุการณ์เดียวกันนี้ว่า เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา อัยการสูงสุด ได้มีการแต่งตั้งผู้บังคับการ ปอท.เป็นเจ้าพนักงานผู้สอบสวนคดีนี้โดยมีพนักงานอัยการสำนักการสอบสวน เข้าร่วมในทีมสอบสวนด้วย ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของคณะทำงานดังกล่าว หากเสร็จสิ้นแล้วก็จะส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งคดี

นายวันชัย กล่าวอีกว่า อัยการสูงสุด ไม่ได้กำชับในเรื่องระยะเวลาการสอบสวนกับคณะทำงานแต่อย่างใด เนื่องจากต้องให้เป็นความอิสระแก่พนักงานสอบสวน ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งขึ้นอยู่กับการรวบรวมพยานหลักฐานในการทำสำนวนของคณะทำงาน-